โคเวอร์ จีเนียส จับมือ อโกด้า มอบความคุ้มครองการเดินทางด้วยประกันแบบยึดโยงให้กับลูกค้าชาวไทย

Traveler Asian couple direction on location map in Bangkok, Thailand, sweet Asia couple looking on map find landmark while spending holiday trip. Lifestyle couple travel in city concept.
Young tourist couple use their map to determine direction and point in the way they wish to go.
Portrait of young traveler couple wearing protective mask and carrying suitcase while walking outdoors on the street. Tourism concept. New normal lifestyle concept.

จากผลวิจัยที่ชี้ว่า กว่า 44% ของนักท่องเที่ยวชาวไทยมีแนวโน้มที่จะเลือกใช้ความคุ้มครองรูปแบบอื่น เนื่องจากไม่พอใจกับความคุ้มครองที่ได้รับ และขั้นตอนการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิดจากโรคระบาด

โคเวอร์ จีเนียส (Cover Genius) ผู้นำด้านเทคโนโลยีประกันภัยแบบยึดโยงระดับโลก ประกาศร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับอโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับจองห้องพักที่มีพันธมิตรกว่า 2.9 ล้านแห่งทั่วโลก พร้อมมอบความคุ้มครองในการเดินทางอย่างครอบคลุมให้แก่นักเดินทาง โดยลูกค้าของอโกด้าจะสามารถเดินทางได้อย่างอุ่นใจด้วยความคุ้มครองที่สอดรับกับแผนเดินทางของพวกเขา และการได้รับการชดเชยค่าเสียหายในแบบทันที

ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นจากผลสำรวจล่าสุดเกี่ยวกับประกันการเดินทาง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า 44% ของนักท่องเที่ยวชาวไทยมีแผนที่จะเปลี่ยนจากช่องทางการประกันการเดินทางที่มีอยู่เนื่องจากเกิดความไม่พอใจกับประสบการณ์ความคุ้มครองและการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนที่ได้รับ การสำรวจครั้งนี้ดำเนินการโดย Momentive.ai ภายใต้การสนับสนุนของโคเวอร์ จีเนียส โดยให้นักเดินทางชาวไทยจำนวน 543 คน ทำแบบสอบถามเพื่อทำความเข้าใจถึงความรู้สึกของพวกเขาที่มีต่อประกันการเดินทาง ช่องทางการสมัครที่สะดวก และประสบการณ์การเรียกร้องค่าเสียหาย

เมื่อเปรียบเทียบการซื้อประกันภัยครั้งล่าสุดกับความต้องการในอนาคต 64% ของผู้ที่ซื้อประกันผ่านบริษัทประกันสุขภาพเดิมของตนระบุว่า พวกเขาต้องการเปลี่ยนไปใช้ผู้ให้บริการประกันการเดินทางเจ้าอื่น ในทางกลับกัน นักเดินทางที่ซื้อประกันจากผู้ให้บริการท่องเที่ยวหรือตัวแทนในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา กว่า 61% ต้องการที่จะซื้อประกันซ้ำผ่านช่องทางนี้

ผลการวิจัยพบว่า แม้ว่าผู้เดินทางชาวไทย 69% จะซื้อประกันการเดินทางเพื่อคุ้มครองพวกเขาจากปัญหาที่เกิดจากโรคระบาดตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564 ที่ผ่านมา แต่ 8% ของนักเดินทางกลุ่มนี้เลือกที่จะไม่รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ซึ่งทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในท็อป 20 ประเทศทั่วโลก ที่จัดการและชดเชยค่าเสียหายได้ภายในเวลาที่เหมาะสม

“ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นการระบาดของโควิด-19 เครือข่ายด้านการเดินทางของเราได้เห็นว่า ผู้บริโภคเลือกซื้อประกันการเดินทางเสริมเพิ่มกว่า 647% ซึ่งแสดงให้ว่านักเดินทางจำนวนมากต่างต้องการความคุ้มครองระหว่างการเดินทาง” อารีจิตต์ จักรบดี กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของโคเวอร์ จีเนียส กล่าว “ในปัจจุบันนี้ บริษัทด้านดิจิทัลชั้นนำของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสายการบิน OTA สายการเดินเรือ หรือแม้แต่ธนาคารและฟินเทค จำเป็นต้องใช้ Insurtechs กันทั้งสิ้น เพื่อส่งมอบความคุ้มครองที่เหมาะสมให้กับลูกค้าของตน แทนที่จะให้บริษัทประกันและระบบแบบเดิม ๆ มาบริหารจัดการความคุ้มครองให้กับพวกเขา”

เมื่อขอให้ให้คะแนนประสบการณ์การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ลูกค้าได้ให้คะแนน NPS +8 สำหรับผู้ให้บริการประกันการเดินทางทุกแห่ง (ผู้ให้บริการ/ตัวแทนท่องเที่ยว บริษัทประกันออนไลน์ บัตรเครดิต หรือบริษัทประกันสุขภาพ) ลูกค้าชาวไทยเลือกให้คะแนนประสบการณ์ที่ได้รับหลังจากการเคลมค่าชดเชยจากบริษัทประกันออนไลน์ที่ตนเลือกใช้ที่ NPS -2 และชี้ว่ามีเวลาดำเนินการโดยเฉลี่ย 9 วัน ทั้งนี้ คะแนนความคุ้มครอง NPS หลังการเคลมของโคเวอร์ จีเนียสอยู่ที่ +65 ซึ่งนับเป็นคะแนนสูงสุดเมื่อเทียบกับบริษัทประกันภัยทั่วโลก
การศึกษายังแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่าง NPS กับเวลาในการแก้ปัญหาเมื่อมีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน โดยชี้ว่า ได้รับเงินหลังจากส่งเรื่องเคลมเร็วขึ้น ข้อความในส่วนนโยบายมีความชัดเจนมากขึ้น การอัปเดตสถานะออนไลน์ การยื่นเรื่องออนไลน์ และหลีกเลี่ยงการป้อนข้อมูลซ้ำ ทั้งหมดล้วนช่วยเพิ่มอัตราความพึงพอใจได้ การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนส่วนใหญ่ยังคงยื่นโดยใช้วิธีที่ไม่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านทางโทรศัพท์ (42%) ซึ่งเป็นวิธีที่มีผู้ใช้เป็นอัตราสูงสุดทั่วโลกในการยื่นคำร้อง

“เนื่องจากลูกค้าคาดหวังประสบการณ์ที่ไม่ซับซ้อนและสามารถดำเนินการได้ผ่านช่องทางออนไลน์ ตอนนี้จึงถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่แบรนด์ใหญ่ ๆ จะก้าวขึ้นมาและให้ความคุ้มครองแก่ลูกค้าของพวกเขาด้วยผลิตภัณฑ์ประกันภัยแบบยึดโยงที่ตรงใจ ซึ่งช่วยลดความขัดแย้งและเหมาะกับอนาคตเมื่อลูกค้ารายต่าง ๆ ต้องการความคุ้มครองจากแบรนด์ที่พวกเขาเลือกใช้มากขึ้น” อาริจิตกล่าว

มีการศึกษาต่อเนื่องจากรายงานที่เผยถึงข้อเท็จจริงใหม่สองฉบับ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าลูกค้าต้องการความคุ้มครองแบบยึดโยงจากธนาคารที่เป็นไปตามธุรกรรมของพวกเขาเป็นอย่างยิ่ง รวมถึงมีความอุ่นใจเมื่อทราบว่าร้านค้าเจ้าประจำของพวกเขาได้ให้ความคุ้มครองและรับประกันการจัดส่งสินค้าที่เลือกซื้อ

Comments

No comments yet. Why don’t you start the discussion?

Leave a Reply

Your email address will not be published.