“UAC – QTC” ดอดเจรจาพันธมิตร ผุดปั้ม EV Charging
ปี65 เปิด 4 สถานี จ่อประเดิม “แสมดำ” แห่งแรก

บมจ.ยูเอซี โกลบอล (UAC) กอดคอ บมจ.คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ (QTC) ภายใต้ “พีพีดับบลิวอี” (PPWE) ลุยเจรจา กลุ่มพันธมิตรตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า หรือ EV Charging Station เฟสแรก ปี2565 จำนวน 4 สถานี 12 หัวจ่าย ประกาศปักธงย่านแสมดำ แห่งแรก พร้อมต่อยอดอีกหลายเส้นทาง อาทิ เชียงใหม่ นครสวรรค์ พิษณุโลก นครราชสีมา ฯลฯ

คุณชัชพล ประสพโชค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน)

นายชัชพล ประสพโชค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ UAC เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า หรือ EV Charging Station ภายหลังจากลงทุนร่วมกับ บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ QTC ซึ่งเป็นผู้ผลิตจัดจำหน่ายและให้บริการหม้อแปลงไฟฟ้า เพื่อร่วมพัฒนาและลงทุนติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า ภายใต้บริษัทร่วมทุน “พีพีดับบลิวอี” (PPWE) ว่า ล่าสุดบริษัทฯอยู่ระหว่างการศึกษาและเจรจา ร่วมกับพันธมิตรที่ดำเนินธุรกิจให้บริการสถานีน้ำมันอยู่หลายราย ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก และมีความพร้อมในการดำเนินการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า ในรูปแบบชาร์จไฟแบบเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC EV Quick Charger) ที่มีขนาดสูงสุดถึง 200 KW เฟสแรก จำนวน 4 สถานี 12 หัวจ่าย ภายใต้งบการลงทุน 15 ล้านบาท ในปี 2565 นี้  

 โดยบริษัทฯเตรียมดำเนินการในการให้บริการสถานีน้ำมันแห่งแรก ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ย่านแสมดำ และหลังจากนั้นจะขยายเส้นทางสถานีติดตั้งไปสู่เส้นทางเหนือและภาคอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดนครสวรรค์   และจังหวัดนครราชสีมา เป็นต้น  โดยจะเริ่มต้นจากการติดตั้ง EV Charging Station ในสถานีบริการน้ำมันเป็นหลัก ทั้งนี้ บริษัทฯตั้งเป้าภายในระยะเวลา 2 ปีข้างหน้า จะขยายสถานีอัดประจุไฟฟ้า ให้ครบ 50 สถานี หรือ 150 หัวจ่าย ครอบคลุมทั่วประเทศ  

สำหรับเฟสแรก จะติดตั้งเครื่องชาร์จของ บริษัท คอสเทล จำกัด (COSTEL) ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องชาร์จไฟฟ้าชั้นนำจากประเทศเกาหลีใต้ ที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาและติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี 2559 และจะเน้นติดตั้งสถานีในพื้นที่ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานและตรงกับความต้องการของผู้ใช้ให้ได้มากที่สุด   

“การลงทุนสถานีอัดประจุไฟฟ้า หรือ EV Charging Station เฟสแรก จำนวน 4 สถานี หรือ12 หัวจ่ายในครั้งนี้ เชื่อว่ารายได้ในระยะแรกจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจากนโยบายการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นของภาครัฐแล้ว บริษัทฯ มองว่ารายได้จะสามารถขยับขึ้นในระยะยาวได้อย่างแน่นอน” 

คุณพูลพิพัฒน์ ตันธนสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)

ด้านนายพูลพิพัฒน์ ตันธนสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ QTC กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง QTC และ UAC ในครั้งนี้เป็นการเสริมความแข็งแกร่งของทั้ง 2 บริษัท โดย UAC Energy บริษัทย่อยของ UAC ได้เป็นตัวแทนการจำหน่ายรายเดียวในประเทศไทย ของ EV Charger “COSTEL” ซึ่งมีคุณภาพสูง จากประเทศเกาหลี รวมถึงยังเป็นผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจปิโตรเคมี ดังนั้นจึงมั่นใจว่าความร่วมมือทางธุรกิจในครั้งนี้ ยิ่งตอกย้ำศักยภาพในด้านเทคโนโลยี (Product Technology) ด้านวิศวกรรม (Engineering) ด้านต้นทุน (Optimize cost) และการร่วมมือกับสถานีบริการน้ำมันจะเป็นการสร้างรากฐานที่มั่นคงด้านพลังงานต่อไปในอนาคต

และในฐานะที่ QTC เป็นผู้ดำเนินธุรกิจในงานด้านรับเหมาระบบไฟฟ้า และเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายหม้อแปลงไฟฟ้าชั้นนำของไทย บริษัทฯสามารถซัพพอร์ตด้านนวัตกรรมที่มีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว มาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับการดำเนินการเพื่อติดตั้งในสถานีอัดประจุไฟฟ้า(EV Charging Station) ที่บริษัทฯลงทุนอยู่ในขณะนี้ จากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของQTC จะทำให้รักษาระดับต้นทุนได้อย่างเหมาะสม พร้อมทั้งการควบคุมประสิทธิภาพให้อยู่ในระดับมาตรฐานของการดำเนินการ EV Charging Station ได้อย่างลงตัว  

อย่างไรก็ตาม จากแนวโน้มการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต จึงมีผลประมาณว่าในปี 2575 จะมีสถานีอัดประจุไฟฟ้าเปิดให้บริการสูงสุดถึง 12,000 สถานี ซึ่ง PPWE จะเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการ โดยมีแผนลงทุนขยายสถานีอัดประจุไฟฟ้า 50 สถานี ผ่านรูปแบบการลงทุนต่างๆ อาทิ เช่าพื้นที่ Profit Sharing เป็นต้น รวมถึงการขยายความร่วมมือไปยังพันธมิตรด้านอื่นๆ เพิ่มเติมในอนาคตอีกด้วย  

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ยังได้กล่าวทิ้งท้ายว่านอกจากประเด็นในข้างต้นแล้ว QTC ยังได้อานิสงส์จากการขยายตัวของสถานีอัดประจุไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เนื่องจากหม้อแปลงไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์หลักสำคัญในการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า ซึ่งจะมีขนาดหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดเล็ก ตั้งแต่ 160 KVA ไปจนถึงหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ 2,000 KVA ดังนั้นจากปัจจัยในเชิงบวก จะทำให้เห็นว่าการขยายและต่อยอดในครั้งนี้ ยังเป็นการเพิ่มช่องทางและโอกาสการเติบโตให้กับธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ 

Comments

No comments yet. Why don’t you start the discussion?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *