มนัญญา ปลื้มโครงการเกษตรวิชญาสร้างรายได้เพิ่มเกษตรกรกว่า 20 เปอร์เซ็นต์

มนัญญา ลงพื้นที่จ.เชียงใหม่ตรวจเยี่ยมโครงการเกษตรวิชญา  ปลื้มผลงานวิจัยพันธุ์พืชไม้ผล  ไม้ยืนต้นเมืองหนาว และเทคโนโลยีกรมวิชาการเกษตร ช่วยแก้ปัญหาศัตรูพืช พร้อมสร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกรบนพื้นที่สูงได้กว่า 20 เปอร์เซ็นต์  สามารถพึ่งพาตนเองและเป็นต้นแบบการผลิตพืชบนพื้นที่สูงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน

นางสาวมนัญญา  ไทยเศรษฐ์  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยระหว่างเยี่ยมชมการดำเนินงานโครงการเกษตรวิชญา ณ ตำบลโป่งแยง  อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ในพื้นที่สวนบ้านกองแห หมู่ที่4 ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 1,350 ไร่ให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการในลักษณะคลินิกเกษตร  เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยและเทคโนโลยีการเกษตรจากในรูปแบบของศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีชุมชนเป็นศูนย์ฝึกอบรมและวิจัยพัฒนาการเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่  ซึ่งการดำเนินงานตามโครงการเกษตรวิชญา ในส่วนของกรมวิชาการเกษตรโดยสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่  1 จ.เชียงใหม่ (สวพ.1) ดำเนินการภายใต้แนวคิด  “ศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรบนพื้นที่สูงตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง”  โดยมีวัตถุประสงค์  เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรบนพื้นที่สูง  และขยายผลถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านพืชบนพื้นที่สูงสู่เกษตรกร 

ในปี  2561-2565  สวพ.1 ได้ดำเนินการจัดทำแปลงสาธิตต้นแบบการปลูกไม้ผล  ไม้ยืนต้นเมืองหนาว  ด้วยการใช้เทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตร  โดยการใช้พันธุ์พืชที่มีความเหมาะสมกับพื้นที่สูง  ได้จัดทำแปลงต้นแบบการปลูกมะคาเดเมีย  (พันธุ์เชียงใหม่  400  พันธุ์เชียงใหม่  700)  จำนวน  1.5  ไร่  แปลงต้นแบบการปลูกโกโก้ พันธุ์ชุมพร  1  จำนวน  1  ไร่  แปลงต้นแบบการปลูกอะโวคาโด  จำนวน  1.5  ไร่  แปลงต้นแบบการปลูกพลับ  จำนวน  1.5  ไร่  และแปลงต้นแบบการปลูกเกาลัดจีน  จำนวน  0.5  ไร่  รวมพื้นที่  6  ไร่  เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้การทำการเกษตรบนพื้นที่สูง ปี  2564  มีเกษตรกร  และผู้ที่สนใจเข้าเยี่ยมชม จำนวน  234  ราย 

ในปี  2565  เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟอะราบิกาในพื้นที่ พบปัญหามอดกาแฟทำลายผลผลิตกาแฟ  จึงได้ดำเนินการถ่ายทอดความรู้เรื่อง การจัดการมอดกาแฟแบบผสมผสาน  ให้กับเกษตรกรในพื้นที่จำนวน  20  ราย  เพื่อให้เกษตรกรนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในการผลิตกาแฟอะราบิกาต่อไป  และจัดทำแปลงต้นแบบขยายผลถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเกษตรกร  จำนวน  15  ราย  โดยเป็นเกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโดและกาแฟอะราบิกา  จำนวน  15  ราย  เทคโนโลยีที่นำไปขยายผล  ได้แก่  การเปลี่ยนยอดพันธุ์อะโวคาโดพันธุ์ดีที่เหมาะสมกับพื้นที่  จำนวน  12  ราย  และการจัดการมอดกาแฟแบบผสมผสาน

ด้านการพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตร ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตพืชปลอดภัย  การใช้ สารชีวภัณฑ์ป้องกันกำจัดศัตรูพืช  ทำให้เกษตรกรในพื้นที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตพืชที่ดีและเหมาะสม (GAP)  ชนิดพืช  หอมหัวใหญ่  คะน้า  กะหล่ำปลี  ชาโยเต้  มะเขือเทศ  แตงกวา  สตรอเบอรี่  ฟักทอง  พริกหวาน และอะโวคาโด  จำนวน  65  ราย 

“ผลจากการดำเนินงานของกรมวิชาการเกษตรทำให้เกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโด ในพื้นที่ที่ได้รับการสนับสนุนอะโวคาโดพันธุ์ดีสามารถเพิ่มผลผลิตที่มีคุณภาพและมีรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ส่วนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟจำนวน 40 รายที่ได้รับการถ่ายทอดความรู้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและขายได้ในราคาที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ทำให้เกษตรกรในพื้นที่สามารถพึ่งพาตนเองได้  เป็นต้นแบบในการผลิตพืชบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าว

Comments

No comments yet. Why don’t you start the discussion?

Leave a Reply

Your email address will not be published.