บทความพิเศษ โดย อ.อภิชาติ ประสิทธิ์นฤทธิ์ :
Creative&Sharing Economy เศรษฐกิจสร้างสรรค์และแบ่งปัน กับ Soft Power Thailand มกดกล้ำค่าประเทศไทย ขุมทรัพย์ที่ถูกลืม

จากบุญเพสันนิวาส มาถึงลิซ่า ต่อมาถึงมินลิ เราได้เห็นถึงพลังมหัศจรรย์จากสิ่งที่เรียกได้ว่ามรดก ที่มันอยู่รายล้อมตัวเรา แต่เรากลับหลงลืมคุณค่าด้วยความคุ้นชิน ซึ่งก็เป็นเรื่องเข้าใจได้ถ้าเรามองทุกอย่างด้วยตาเนื้อ แต่เมื่อใดที่เราเอาใจเข้าไปสัมพัส จับจ้องเมื่อนั้นละ ความงดงาม และ คุณค่าจะบังเกิดพอพูดถึงเรื่องนี้แล้วทำให้ปรากฏภาพขึ้นมาในความทรงจำถึงหนังโฆษณาของ รีเจนซี ของไทนประกันชีวิต โซดาสิงห์ และ อีกมากมายที่ผ่านการสร้างสรรค์ด้วยความประณีต และ เลือกใช้สิ่งที่เรื่องว่า Soft Power Thailand มาช้านานแล้ว แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือ การสร้าง เศรษฐกิจสร้างสรรค์และแบ่งปันCreative&Sharing Economy นั้นก็เช่นกันที่มีมานานแล้วในสังคมไทย แต่ด้วยความรู้ และ วิธีทำธุรกิจแบบสมัยใหม่จัด ทำให้เรื่องการทำธุรกิจที่มีความประณีตละเอียดอ่อนเต็มไปด้วยความเมตตา และ แบ่งปันซึ่งเป็นรูปแบบธุรกิจดั้งเดิมของสังคมไทยค่อยๆ จางหายลงไป มาถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่มีความแตกแยก ร้าวลึก ตั้งแต่ภายในประเทศที่มีความเห็นต่างๆ มีทัศนคติต่อสังคม ประเทศชาติแบบแบ่งแยกสุดโต่ง จนถึงขั้นมีการขับไล่กัน หรือ ทอดทิ้งกัน ฉันจะไม่อยู่กับเธอ เธอไม่ควรอยู่กับฉัน ในบ้านที่เรียกว่าประเทศที่เป็นของเราด้วยกัน สิ่งเดียวจริงๆ ที่จะเยียวยา และ พลิกฟื้นสังคมเศรษฐกิจเราได้คือ สมองแห่งปัญญา และ หัวใจที่เมตตา อ้าวแล้วปากท้องรายได้ละจะมาจากไหน คงเป็นปัญหาที่ทุกคนต้องถามถึงอย่างแน่ มกดกล้ำค่าของไทยเราที่อาจารย์เรียกว่า มรดกทรัพย์สินทางปัญญาไทย  Soft Power Thailand นี่แหละจะเป็นเครื่องมือสร้างรายได้ที่สร้างคุณค่า และ มูลค่าเพิ่มให้ไทยอย่างแท้จริง หากแต่สิ่งสำคัญที่เราต้องช่วยกันคิด ช่วยกันสร้างก็คือ เสาหลัก 3 ประการ 1.เข้าใจ ศึกษา และ ศรัทธา ในมรดกที่เรามี      2.พัฒนา สร้างสรรค์อย่างแบ่งปัน อย่าคิดคนเดียว เก่งคนเดียว รวยคนเดียว เพราะสิ่งนี้แหละ คือวิชากับดักแบบฝรั่งที่เราชอบเรียนตามกันมา (คิดตามเขา ทำตามเขา จะสำเร็จเกินเขาเป็นไปได้อย่างไร) 3.คิดอย่างเป็นระบบ และ ทำต่อเนื่องด้วยหลักอิทธิบาท4 ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา ดูตัวอย่างของ เกาหลี KOCCA Korea Creative Content Agency สามารถสร้างกระแสความนิยมเกาหลี (Korean Wave) ที่เด็กไทยเป็นติ่ง เป็น Army ศิลปิน,ศิลปะ,อาหารเกาหลีฯ อย่างคลั่งไคล้ ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นเพียงข้ามคืน แต่เขามี 3 เสาหลักอย่างที่กล่าวไว้ โดยเฉพาะการให้ความสนับสนุนอย่างเข้าใจ และ จริงจังของภาครัฐโดยสะท้อนผ่านการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนถึงปีละกว่า 2แสนล้านบาท ขณะที่ของเราไม่ถึง 1 หมื่นล้าน ดังนั้นบทสรุปก็คือ ไม่ใช่ว่าของเราไม่มี หรือ ของเราไม่ดี จะภาพยนตร์ วัฒนธรรม อาหาร งานศิลปะ สถาปัตยกรรมไทย มวยไทย วัด คอนเสิร์ต แฟชั่น เรามีวัตถุดิบชั้นสูง หากแต่เพียงว่า เราพร้อมจะปักเสา 3 ต้นไปด้วยกันทั้งประเทศหรือยังแล้วความอยู่ดี มีแบ่งปัน ก็ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน มนุษย์ก็คือมนุษย์ กินอิ่ม นอนหลับ ปลอดภัย มีความสุข เท่านี้ก็ไม่เหลือเหตุผลอะไรที่จะมาทะเลาะ เกลียดชัง ขัดแย้งรุนแรง มาชวนกันหาหลักจับ ยันยึดประเทศไทย ให้กลับมาสง่างาม ผึ่งผาย อวดโฉมสายตาโลกอย่างที่คู่ควรกับที่บรรพบุรุษได้สร้างสมมาให้เรากันครับ “รักกันนะ ประเทศเรา”

Comments

No comments yet. Why don’t you start the discussion?

Leave a Reply

Your email address will not be published.