“SCM” โชว์ผลงาน Q1/65 กำไรสุทธิ 36.3 ล้านบาท
จ่อแตกไลน์ จาก “MLM” สู่ “ธุรกิจลิสซิ่ง” Q3 นี้

บมจ.ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ “SCM” แจ้งผลการดำเนินไตรมาส1/2565 รายได้รวม 281ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 36.3 ล้านบาท ด้วยกลยุทธ์จำหน่ายสินค้าไฮมาร์จิ้น เผยกลุ่มสินค้าเกษตรแบรนด์ โกวอิ้งมอร์ (Growing More) เติบโตแข็งแกร่ง 70% ด้านผู้บริหาร ประกาศเดินเกมรุกแตกไลน์ธุรกิจ จาก MLM สู่ ธุรกิจลิสซิ่ง ภายในไตรมาส3/2565 พร้อมดันบริษัทในเครือ                 “เอสซีเอ็ม อินโนเวทีฟ จำกัด” ขยายตลาด OEM อาหารเสริมสุขภาพ หวังสร้างการเติบโต        ในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ

บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ (“SCM”) ผู้นำในการดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์อุปโภคและบริโภค ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ รูปแบบลักษณะเครือข่ายขายตรง (Multi-level Marketing หรือ “MLM”)แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถึงผลประกอบงวดไตรมาส 1/2565 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2565 ว่า บริษัทฯ มีรายได้รวม  281 ล้านบาท เทียบกับ YoY  มีรายได้รวม 295 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิเติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แตะที่ระดับ 36.3 ล้านบาท เทียบจากYoY ที่มีกำไรสุทธิ 35.9 ล้านบาท ทั้งนี้ เนื่องจากด้วยกลยุทธ์ทางการตลาดที่เน้นกลุ่มผู้บริโภครายใหม่ที่ใส่ใจในการดูแลสุขภาพ และกลุ่มลูกค้าเกษตรกรที่ต้องการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร รวมถึงได้จัดกิจกรรมทางการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภครับรู้ถึงแบรนด์มากขึ้น       

นายแพทย์สิทธวีร์ เกียรติชวนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ (“SCM”) เปิดเผยว่า ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 รวมถึงสงครามรัสเซีย – ยูเครน ที่ยังคงเป็นตัวฉุดให้ภาพรวมเศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลให้กำลังซื้อผู้บริโภคลดลง ขณะที่สงครามในต่างประเทศก็ยังไม่มีทีท่า            จะยุติ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจด้านการค้าการลงทุนในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ด้วยกลยุทธ์การจำหน่ายสินค้า High Margin Product ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เพิ่มผลผลิตทางการเกษตรแบรนด์ โกวอิ้งมอร์ (Growing More) ซึ่งเป็นธาตุรองเสริมสำหรับพืชทุกชนิด เสริม Transform Plus สูตร 1และสูตร 2 คือ Transform Soil เป็นแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยให้พืชเติบโตแข็งแรงมีผลผลิตที่เพิ่มขึ้น และจากดีมานด์ของกลุ่มผู้ใช้เกษตรที่ใช้แล้วเห็นผลผลิตรวดเร็ว ส่งผลให้ยอดขายในผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสูงขึ้น จนสะท้อนออกมาเป็นรายได้อัตราส่วนสินค้าแบรนด์ โกวอิ้งมอร์ (Growing More) ที่เพิ่มขึ้น 70%

“ กลุ่มผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรแบรนด์ โกวอิ้งมอร์ เป็นธาตุรองเสริมสำหรับพืชทุกชนิด Transform Plus สูตร 1 และสูตร 2 และ Transform Soil เพราะนอกจากพืชจะต้องการปุ๋ย NPK แล้ว พืชยังต้องการแร่ธาตุสำคัญต่างๆ ที่ช่วยทำให้พืชเติบโตแข็งแรงมีผลผลิตที่เพิ่มขึ้น

ส่งผลให้บริษัทฯ สบโอกาสจากสถานการณ์โควิดและสงครามรัสเซีย – ยูเครน ในช่วงที่ราคาปุ๋ย สูงขึ้น ทำให้สินค้าTransform สามารถเจาะเข้าถึงตลาดและเป็นสินค้าทดแทน NPK ที่สำคัญ Transform ยังสามารถลดภาระต้นทุนค่าใช้จ่ายให้กับกลุ่มเกษตรกรได้เป็นอย่างมาก”

สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์สร้างภูมิคุ้มกันเกี่ยวกับสุขภาพ อาทิ ผลิตภัณฑ์ Nutriga Su-Rin (เสริมอาหารป้องกันเบาหวาน), Nutriga Canza (เสริมอาหารป้องกันมะเร็ง), Phytovy ดีท็อกซ์ลำไส้, Oxy Quick Triple Action ผงซักฟอกสูตรเข้มข้น และผลิตภัณฑ์ Skincare จากน้ำมันเมล็ดกัญชง ในรูปแบบของเซรั่ม Essence และครีม ก็ยังเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่สร้างยอดขายหลักให้บริษัทฯ มีผลประกอบการเติบโตขึ้น และยังเดินหน้าในการขยายฐานลูกค้าเพิ่มทั้งในประเทศ และต่างประเทศ

            ด้านนายนพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “SCM” กล่าวถึง ภาพรวมยอดขายจากการจำหน่ายสินค้าในไตรมาสแรก อยู่ที่ 268 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับที่น่าพอใจ พร้อมแผนต่อยอดธุรกิจหลังจากนี้ว่า บริษัทฯ มีแผนแตกไลน์ธุรกิจสู่ “ธุรกิจลิสซิ่ง” ภายใต้ชื่อ “บริษัท จัดให้ ลิสซิ่ง จำกัด” โดยคาดว่าจะเริ่มมีความชัดเจนภายในไตรมาส 3/2565 ทั้งนี้เชื่อว่าหากแผนการจัดตั้งบริษัทดังกล่าวแล้วเสร็จ จะสามารถต่อยอดธุรกิจได้มากขึ้น เนื่องจากธุรกิจลิสซิ่ง จะสามารถรองรับความต้องการของกลุ่มสมาชิก MLM ที่มีอยู่กว่าแสนคนในขณะนี้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายการต่อยอดผ่านธุรกิจเดิม ทั้งจากตัวบริษัท SCM และโรงงานผลิตในเครือ ภายใต้ชื่อ “บริษัท เอสซีเอ็ม อินโนเวทีฟ จำกัด” (SCM Innovative Co., Ltd.) (“SMI”) และเดินหน้าขยายตลาด OEM รับจ้างผลิตสินค้าอาหารเสริมสุขภาพ

นอกจากนี้ ในช่วงไตรมาสแรก ปี 2565 บริษัทฯ ยังสามารถขยายฐานสมาชิก “ซัคเซสมอร์” เพิ่มขึ้น และคาดว่าจะสามารถมีฐานสมาชิก รวมแตะ 250,000 ราย ซึ่งการเติบโตจะสอดคล้องกับแผนการขับเคลื่อนกลยุทธ์ทางธุรกิจ ผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก คือ 1.) Leverage Brand Energy การยกระดับพลัง                 แบรนด์องค์กร และสินค้าให้สามารถขยายกลุ่มเป้าหมายและสร้างแบรนด์เลิฟเวอร์   2.) Driving Digital ขับเคลื่อนด้วยระบบดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงานและเป็นเครื่องมือการขยายตลาด 3.) Create Online & Offline Breakthrough System สร้างและผสมผสานระบบ Offline และ Online ที่ส่งเสริมซึ่งกันและกันเพื่อให้รองรับและเติมเต็มจุดอ่อนจุดแข็งของทั้ง 2 ระบบ และ 4.) Customer Experience Management การบริหารจัดการประสบการณ์ที่ดีต่อแบรนด์ของลูกค้า ซึ่งแผนการขับเคลื่อนธุรกิจดังกล่าว จะเป็นการสร้างโอกาสการเติบโตให้บริษัทอย่างยั่งยืน

 “ซัคเซสมอร์” ได้เปิดตัว Benfite’ (เบนฟิเต้) กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก (Oral Care) ทั้งเม้าท์วอช (น้ำยาบ้วนปาก) ยาสีฟัน(เนื้อครีม) เม้าท์สเปรย์ ที่มีส่วนผสมของกระชายขาวและฟ้าทะลายโจร                   ซึ่งเป็นส่วนผสมที่อยู่ในกระแส และเป็นการขยายฐานผู้บริโภค

 พร้อมกันนี้ บริษัทฯ เตรียมออกผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยได้วางแผนดำเนินงานไว้ 2 ระดับ คือ                                 1.การออกใหม่ตามแผน Redesign และ Reformular เพื่อให้มีดีไซน์ที่ทันสมัย และสูตรที่อัปเดตขึ้นกว่าเดิม โดยแผนนี้จะทำกับกลุ่มของใช้ส่วนตัวเป็นหลัก เช่น โรลออน, น้ำยาซักผ้า, ปรับผ้านุ่ม และเมาท์สเปรย์ เป็นต้น และ 2.กลุ่มอาหารเสริมสุขภาพ จะพัฒนาในตัวช่วยป้องกัน และแก้เรื่องภูมิแพ้ รวมถึงวิตามินรวมที่ช่วยดูแลสุขภาพของกลุ่ม Silver Age  นอกจากนี้ยังมีพัฒนาที่อยู่ระหว่างการพัฒนาซอฟต์เจล ที่มีส่วนผสมของ กัญชง-กัญชา โดยมีคุณสมบัติในการฟื้นฟูเซลล์ และทำให้ผ่อนคลายหลับสบาย คาดจะสามารถออกจำหน่ายได้เร็วๆ นี้

Comments

No comments yet. Why don’t you start the discussion?

Leave a Reply

Your email address will not be published.