รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมของประเทศ พ.ศ. 2565

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ร่วมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย จัดการประชุมสัมมนารับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อ “ร่างรายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2565”  เพื่อรวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอเชิงนโยบายจากภาคส่วนต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงร่างรายงานฯ ให้มีความสมบูรณ์และถูกต้องต่อไป ก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติและคณะรัฐมนตรี

นายมนต์สังข์ ภู่ศิริวัฒน์ รองเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  หรือ สผ. กล่าวถึงการจัดทำรายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมในแต่ละปี ซึ่งเป็นไปตามที่พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 13 (13) กำหนดให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติต้องดำเนินการ ทั้งการนำเสนอภาพรวม และประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและอยู่ในความสนใจของประชาชน  สผ. ในฐานะหน่วยงานที่ดำเนินการจัดทำรายงานฯ นี้มาต่อเนื่องตั้งแต่ พ.ศ. 2538  โดยการกำกับทางวิชาการของคณะอนุกรรมการจัดทำรายงานคุณภาพสิ่งแวดล้อม ต้องการรวบรวมความคิดเห็นของภาคส่วนต่าง ๆ ต่อร่างรายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2565 ก่อนเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้ประกอบการตัดสินใจ ในการกำหนดนโยบายและการวางแผนการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ  

ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย  รายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม เป็นเครื่องมือสำคัญในการกำหนดนโยบายและแผน การจัดทำรายงานฯ ในแต่ละปีให้ความสำคัญกับความถูกต้องและชัดเจนของข้อมูลคุณภาพสิ่งแวดล้อมในแต่ละสาขา ซึ่งในปีนี้ได้มีการสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นหลายสาขา เช่น สัดส่วนการเกิดขยะมูลฝอยลดลง อันเนื่องมาจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวชะงักลงไปจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด 19 แต่นับจากนี้ไปสถาการณ์เริ่มคลี่คลายและจะกลับมาเป็นปกติ  จึงเป็นความท้าทายในการกำหนดนโยบายป้องกันปัญหาเดิมไม่ให้เกิดขึ้นอีก

คณะนักวิจัย สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า ร่างรายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2565 ได้สะท้อนสถานการณ์สิ่งแวดล้อมที่มีความสำคัญหลาย ๆ ประเด็นที่มีแนวโน้มดีขึ้น  อาทิ พื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทยมีแนวโน้มคงที่ ป่าชายเลนมีพื้นที่เพิ่มขึ้น ความสมบูรณ์ของทรัพยากรทางการประมงดีขึ้น แนวปะการังมีสภานภาพสมบูรณ์ดี คุณภาพอากาศของประเทศและสถานการณ์หมอกควันในภาคเหนือมีแนวโน้มดีขึ้น คุณภาพน้ำผิวดินและคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่ง ณ จุดตรวจวัดต่าง ๆ ดีขึ้น สัดส่วนการเกิดขยะมูลฝอยลดลง พบสัตว์ทะเลหายากเพิ่มขึ้น เต่าทะเลวางไข่เพิ่มขึ้น เป็นต้น  ขณะเดียวกัน ก็มีประเด็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง อาทิ พื้นที่ป่าชายหาด ป่าพรุลดลง การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินเป็นพื้นที่ชุมชน การใช้สารเคมี ทางการเกษตร การจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและซากอิเล็กทรอนิกส์ พบชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน การเกิดภัยพิบัติ ทางธรรมชาติ เป็นต้น โดยการขยายตัวและกระจายของเมือง การพฤติกรรมบริโภค ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และนโยบายการพัฒนาประเทศ เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมทั้งในปัจจุบันและอนาคต

การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมของประเทศในระยะต่อไป ควรสอดคล้องกับสถานการณ์และแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว คำนึงถึงทิศทางการพัฒนาประเทศที่ให้ความสำคัญต่อการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจ การลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน การพัฒนาด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG  โดยข้อเสนอแนะในการบริหารจัดการ ได้แก่ การเพิ่มพื้นที่ สีเขียวเพื่อการกักเก็บคาร์บอน การส่งเสริมบทบาทของภาคธุรกิจเอกชนในการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก การส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมได้รับการบริหารจัดการอย่างสมดุลและยั่งยืนต่อไป

Comments

No comments yet. Why don’t you start the discussion?

Leave a Reply

Your email address will not be published.