
ตัวเลขจากสถิตินี้อาจทำให้เราเกิดคำถามว่า ขวดน้ำพลาสติกที่เราทิ้งลงถังรีไซเคิล ถูกนำไปรีไซเคิลจริงหรือไม่? แล้วคำว่า ‘รีไซเคิลได้ 100%’ บนฉลากนั้นจริงแค่ไหน?
ฉลากรีไซเคิล 100% บนขวดน้ำอาจสร้างความเข้าใจผิดให้ใครหลายคน เพราะความจริงแล้วการรีไซเคิลขวดพลาสติกมีความซับซ้อนกว่าที่คิด เนื่องจากแต่ละชิ้นส่วนทำจากพลาสติกต่างชนิดกัน และไม่ใช่ทุกส่วนที่จะรีไซเคิลได้ง่าย เช่น
ตัวขวด : ถ้าเป็นขวดใส ส่วนใหญ่ทำจากพลาสติกชนิด PET จะรีไซเคิลได้ง่าย แต่ถ้าเป็นตัวขวดที่มีสีก็จะมีสารปนเปื้อนทำให้รีไซเคิลได้ยาก
ฉลาก : ส่วนใหญ่ทำมาจากพลาสติกชนิด PVC ซึ่งเป็นพลาสติกที่รีไซเคิลไม่ได้ เพราะถ้านำเข้าไปในกระบวนการรีไซเคิลแล้วจะก่อให้เกิดมลพิษ
ฝาขวด : แม้ฝาขวดส่วนใหญ่จะทำจากพลาสติกชนิด HDPE หรือ PP ที่นำไปรีไซเคิลได้ง่าย แต่ส่วนใหญ่ฝาขวดมักมีสีเป็นส่วนประกอบ จึงทำให้สีของฝารบกวนกระบวนการคัดแยกของเครื่องจักร
เหตุผลเหล่านี้ จึงมีขวดพลาสติกเพียง 25% เท่านั้นที่ถูกนำกลับมารีไซเคิลใหม่ และทำให้ชิ้นส่วนอย่างฝาขวดมักกลายเป็นขยะที่พบตามชายหาด
นอกจากนี้พลาสติกยังมีข้อจำกัดในการรีไซเคิล เนื่องจากคุณภาพจะลดลงทุกครั้งที่ผ่านกระบวนการ ไม่เพียงเท่านั้นการผลิตขวดพลาสติกใหม่ยังใช้ทรัพยากรมหาศาล อย่างการใช้ปริมาณน้ำมัน 17 ล้านบาร์เรลต่อปี ใช้น้ำ 1.2 ล้านล้านลิตร และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากถึง 39.7 ล้านตันต่อปีอีกด้วย
ปัจจุบันขวดพลาสติกมีปริมาณการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ สวนทางกับอัตราการรีไซเคิลที่ต่ำมาก อย่างในประเทศไทยมีขวดพลาสติกเพียง 25% ที่ถูกรีไซเคิล ส่วนอีก 75% กลายเป็นขยะ ซึ่งนำไปสู่ปัญหามลพิษรุนแรงในสิ่งแวดล้อม ทั้งในทะเล บนดิน รวมถึงอากาศ ดังนั้นในฐานะผู้บริโภค เราสามารถช่วยลดปัญหาขยะพลาสติกขั้นต้นได้จาก 3 วิธีง่าย ๆ ดังนี้
เลือกก่อนใช้ : พยายามเลือกใช้ขวดที่ทำจากวัสดุรีไซเคิลได้ง่าย และหลีกเลี่ยงการใช้ขวดที่ฉลากทำจาก PVC เพื่อช่วยให้กระบวนการรีไซเคิลดีขึ้น และช่วยให้ใช้พลังงานน้อยลงกว่าเดิม
ใช้ซ้ำก่อนทิ้ง : ลองนำขวดน้ำพลาสติกที่ยังใช้ประโยชน์ได้กลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) เช่น ทำกระถางต้นไม้ แจกันดอกไม้ บัวรดน้ำ เป็นต้น
ลดการใช้ : หันมาใช้กระบอกน้ำหรือแก้วน้ำส่วนตัวแทน เพื่อลดปริมาณขยะและลดการผลิตขวดพลาสติกให้น้อยลงในระยะยาว ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมที่สุด
รู้จักแยกขยะ แยกชิ้นส่วน : หากมีความจำเป็นที่ต้องใช้ ก่อนทิ้งให้แยกชิ้นส่วนขยะให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะฝาขวด ตัวขวด และฉลาก เพื่อให้การรีไซเคิลสะดวกขึ้น รวมถึงเพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำงานง่ายขึ้นด้วย ซึ่งการแยกชิ้นส่วนสามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้
- ตัวขวดพลาสติก : ทิ้งลงถังรีไซเคิลได้เลย
- ฝาขวดพลาสติก : รวบรวมส่งไปที่ที่รับบริจาคฝาขวด เพื่อนำไป Upcycle หรือหลอมใหม่ เช่น Precious Plastic Thailand, โครงการส่งพลาสติกกลับบ้าน ตามจุดรับในห้างสรรพสินค้า, โครงการ Green Road เป็นต้น
- ฉลากขวดพลาสติก : รวบรวมส่งไปที่ที่ทำเชื้อเพลิงหรือวัสดุก่อสร้าง เช่น Green Road, โครงการวน (Won), N15 Technology (ชลบุรี) เป็นต้น
ทั้งนี้ควรตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละสถานที่ก่อนส่งชิ้นส่วนขยะ เพื่อความถูกต้องอีกครั้ง
เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากใครคนใดคนหนึ่ง การแก้ปัญหาก็เช่นกัน เราจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกคนในการเลือกซื้อ เลือกใช้ รวมทั้งต้องสร้างความเข้าใจให้ถูกต้อง เพื่อให้เราเป็นผู้บริโภคที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมบนโลก
.#อ้างอิงข้อมูลจากเรียนรู้รักษ์ป่าน่าน





