“สงขลามารีนโปรดักส์” เปลี่ยนเศษปลาให้มากคุณค่า เดินหน้าสู่ Zero Waste SME D Bank เคียงข้างทุกสถานการณ์ แม้ในวิกฤตมหาอุทกภัยหาดใหญ่


ในอุตสาหกรรมผลิต “อาหารสัตว์”  หนึ่งในวัตถุดิบสำคัญที่นำมาใช้  คือ “ปลาป่น” เพราะมีคุณค่าทางสารอาหารสูง  โดยโรงงานระดับเอสเอ็มอีที่อยู่หัวแถวของธุรกิจนี้ ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา คือ  “บริษัท สงขลามารีนโปรดักส์ จำกัด”  ยืนหยัดมากว่า 53 ปี  โดยยึดมั่นหลักการชัดเจนเรื่องคุณภาพ ความซื่อสัตย์ พัฒนาเทคโนโลยี และที่สำคัญ คือ “ดูแลสิ่งแวดล้อม” 

ช่วงปลายปี 2568 ที่ผ่านมา  สงขลามารีนโปรดักส์ ต้องเผชิญความท้าทายครั้งสำคัญ เนื่องจาก อ.หาดใหญ่ ประสบมหาอุทกภัย แต่ด้วยการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า คู่กับการมีสถาบันการเงินของรัฐอย่าง SME D Bank  เป็นเพื่อนร่วมเส้นทางธุรกิจ ช่วยให้ธุรกิจตั้งหลักกลับมาเดินหน้าได้อย่างรวดเร็ว และพร้อมจะก้าวไปสู่เป้าหมายการเป็นโรงงานผลิตอาหารสัตว์ที่เป็น Zero Waste สร้างความยั่งยืนให้แก่ธุรกิจ และโลก

บริษัท สงขลามารีนโปรดักส์ จำกัด  จดทะเบียนก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2516  ปัจจุบัน บริหารโดย คุณสุวิทย์ ตันรัตนากร ประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการ ซึ่งเป็นทายาทรุ่นที่ 2 รับช่วงกิจการจากคุณพ่อ

คุณสุวิทย์ เล่าว่า ช่วงแรกของธุรกิจ อยู่ในยุคที่ประเทศไทยมีศักยภาพด้านการประมงสูงมาก โดยมีเศษปลาเหลือทิ้งจาก “อวนลาก” จำนวนมาก จึงเกิดอุตสาหกรรมนำเศษปลามาผลิตเป็น “ปลาป่น” เพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์ เนื่องจากมีคุณค่าทางสารอาหารสูง

เมื่อเวลาผ่านไป วัตถุดิบปลาในท้องทะเลไทยมีแนวโน้มลดลง ทำให้บริษัท “ปรับโครงสร้างวัตถุดิบ” จากเดิมที่เคยใช้วัตถุดิบในประเทศ 100% มาเป็นวัตถุดิบนำเข้าประมาณ 70% และในประเทศเหลือเพียง 30% ซึ่งวัตถุดิบในประเทศ ปรับจากใช้เศษปลาจากอวนลาก มาใช้เศษซากปลาจากโรงงานผลิตปลากระป๋อง เพื่อสร้างความสมดุล และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่าที่สุด

ธุรกิจที่ยืนหยัดมากกว่าครึ่งศตวรรษ  สิ่งสำคัญคุณสุวิทย์ ย้ำหนักแน่นว่า มาจากความซื่อสัตย์ที่ส่งมอบ “สินค้าคุณภาพ” ไม่ปลอมปนวัตถุดิบอื่นๆ  ลูกค้ามั่นใจได้ว่า จะได้รับอาหารสัตว์ที่มีกรดอะมีโน มีโปรตีนจริงจากปลาแท้ๆ   ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการเติบโตของสัตว์ ผลลัพธ์ คือ ความไว้เนื้อเชื่อใจของลูกค้า จนกลายเป็น “คู่ค้าประจำต่อเนื่องยาวนาน” สนับสนุนให้กิจการของสงขลามารีนโปรดักส์เติบโตต่อเนื่อง

คำว่า “เติบโต” ในมุมของเอสเอ็มอีรายนี้ ไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องกำลังผลิตหรือยอดขายที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น  แต่หมายถึง การเติบโตอย่างยั่งยืน ตั้งแต่การ “พัฒนาคน” ให้เข้าใจมาตรฐานและความปลอดภัย “พัฒนาระบบ” ให้บริหารจัดการได้แม่นยำขึ้น  และ “พัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมและการผลิต” สร้างคุณภาพให้สม่ำเสมอ  ลดความสูญเสีย   รวมถึง กำลังแตกไลน์สินค้าใหม่ๆ โดยนำความเชี่ยวชาญเดิม มาผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ สร้างสรรค์เป็นสินค้าในประเภทอื่นๆ ที่มีมูลค่าสูง ตอบเทรนด์อนาคต เช่น  อาหารสัตว์เลี้ยง (Pet Food) และกลุ่มอาหารแนว Super Food  เป็นต้น

และเหนือสิ่งอื่นใด  หัวใจสำคัญที่สุดที่สงขลามารีนโปรดักส์  ยึดมั่นเสมอและจะตลอดไป คือ ดำเนินธุรกิจอยู่บนพื้นฐานการดูแลและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีหมุดหมายสำคัญ ต้องการให้กระบวนการทั้งหมดเป็น Zero Waste 

คุณสุวิทย์ อธิบายเสริมว่า  บริษัทมีนโยบายให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง  โดยกระบวนการ Zero Waste ถูกขับเคลื่อนในทุกกระบวนการ เช่น  วัตถุดิบที่เข้ามา จะถูกต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์และการใช้ประโยชน์หลายมิติ เช่น  ปลาป่น  น้ำมันปลา  น้ำปลาเข้มข้น และสารปรับปรุงธาตุดิน แม้แต่ “ควัน” จากระบบผลิต ยังต่อยอดไปเป็น “น้ำส้มควันไม้” และ “คาร์บอนไดออกไซด์” ที่เกิดขึ้น ถูกนำไปใช้หลังทำงานวิจัยเสร็จ เพื่อเป็น “คาร์บอนในน้ำ” สำหรับการเพาะเลี้ยง สาหร่ายสไปรูลิน่า ให้ใช้ในการเจริญเติบโต เป็นต้น

ทั้งหมดนี้สะท้อนวิธีคิดแบบ “ทำโรงงานให้เป็นระบบนิเวศ” ครบวงจร

พร้อมกันนั้น บริษัทยังเดินหน้าประหยัดพลังงาน  และดูแลสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โรงงานผ่านการปลูกป่าและปลูกพืชเศรษฐกิจ เพื่อเตรียมตัวต่อโลกธุรกิจยุคใหม่ที่กำลังเข้มงวดเรื่อง Carbon Footprint และโอกาสต่อยอดสู่ Carbon Credit ในอนาคตอันใกล้

ด้วยการบริหารอย่างมืออาชีพ ใช้หลักธรรมาภิบาลในการดูแลพนักงาน ดูแลลูกค้า และสิ่งแวดล้อม ที่ยอดเยี่ยมเสมอมา ทำให้กิจการของสงขลามารีนโปรดักส์ เติบโตจนเป็นหัวแถวของอุตสาหกรรมผลิตอาหารสัตว์ ในพื้นภาคใต้ โดยเฉพาะ อ.หาดใหญ่  จ.สงขลา

อย่างไรก็ตาม   บททดสอบหนักของกิจการเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2568 เมื่อเกิดมหาอุทกภัยใน อ.หาดใหญ่   คุณสุวิทย์ บอกว่าเป็นเหตุการณ์ที่แทบไม่มีใครตั้งตัวทัน ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ ทั้งสต๊อกสินค้า เครื่องจักร อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ สำนักงาน และระบบไฟโรงงาน 

สิ่งที่ช่วยพยุงสถานการณ์ คือ “ความไม่ประมาทเรื่องความเสี่ยง” โดยบริษัททำประกันภัยแบบ All Risk ครอบคลุมทั้งน้ำท่วม อัคคีภัย และเหตุสำคัญอื่น ๆ ไว้ก่อนแล้ว ทำให้มีระบบรองรับความเสียหาย อีกทั้ง บริษัทเร่งตรวจสอบระบบโดยใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยและวิศวกรรม เพื่อประเมินว่าเครื่องจักรสามารถเดินได้หรือไม่ สุดท้ายสามารถกลับมาผลิตได้ภายใน 10 วัน ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้  สามารถกลับมาให้บริการลูกค้าได้ทันความต้องการ  รวมถึง  เริ่มวางมาตรการในระยะยาว เช่น การปรับระดับและยกเครื่องจักรบางส่วนให้สูงขึ้น ป้องกันอุทกภัยใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต

ขณะเดียวกัน บริษัทยังให้ความสำคัญกับ “คน” ไม่แพ้ “เครื่อง” ทั้งการดูแลขวัญกำลังใจพนักงาน ความปลอดภัย ชุมชนรอบโรงงาน และการสื่อสารกับลูกค้าให้เข้าใจว่า บริษัทไม่ได้หยุดนิ่ง และพยายามอย่างเต็มที่เพื่อกลับมาส่งมอบสินค้าให้เร็วที่สุด

นอกจากนั้น ในท่ามกลางเหตุการณ์ใหญ่ที่กระทบทุกพื้นที่ของ อ.หาดใหญ่  สิ่งหนึ่งที่คุณสุวิทย์ ระบุว่า มีส่วนช่วยให้กิจการสามารถพลิกฟื้นกลับมาได้อย่างรวดเร็ว  คือ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ  SME D Bank ซึ่งสงขลามารีนโปรดักส์ เป็นลูกค้ามายาวนาน ได้เข้ามาสอบถามและพร้อมสนับสนุนให้ความช่วยเหลือในทุกสถานการณ์   

คุณสุวิทย์ ทิ้งท้ายด้วยว่า  บทเรียนที่ชัดเจน โลกวันนี้ไม่มีอะไรแน่นอน ภัยธรรมชาติรุนแรงขึ้น และยากจะคาดคะเน ดังนั้น สิ่งที่ผู้ประกอบการควรต้องทำ คือ “วางระบบให้ดี บริหารความเสี่ยงให้เป็น และยืนหยัดบนคุณค่า” โดยเฉพาะการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เพราะโลกร้อนกำลังย้อนกลับมาเป็นต้นทุนของทุกธุรกิจในที่สุด

นี่คือภาพรวมของ “สงขลามารีนโปรดักส์” ธุรกิจที่ไม่ได้มองว่า “เศษปลา” เป็น “ของเหลือทิ้ง”  แต่กลับมาสร้างให้มีคุณค่า  ด้วยการพัฒนาคุณภาพสินค้า พัฒนาคน และพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต  ยกระดับ Zero Waste เพื่อส่งต่อคุณค่าที่ดีต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ในอนาคตต่อไป   


Comments

No comments yet. Why don’t you start the discussion?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *