
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย เข้าร่วมการประชุม International Monetary Fund (IMF) – World Bank Group (WBG) Spring Meetings และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 15 – 17 เมษายน 2569 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา
IMF คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกจะขยายตัวชะลอลงมาอยู่ที่ 3.1% ในปี 2569 และ 3.2% ในปี 2570 ขณะที่เงินเฟ้อจะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.4% และ 3.7% ตามลำดับ โดยการคาดการณ์ดังกล่าวใช้สมมติฐานว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และผลกระทบจะทยอยคลี่คลายภายในกลางปี 2569
IMF มองว่า ผลกระทบต่อประเทศต่าง ๆ จะเกิดผ่าน 3 ช่องทางสำคัญ คือ (1) ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับสูงขึ้น โดยเฉพาะพลังงานและอาหาร (2) แรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่อาจส่งผ่านไปยังเงินเฟ้อคาดการณ์ (3) การตึงตัวของภาวะการเงิน และความผันผวนในตลาดการเงินโลก แม้โดยรวมยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้
ทั้งนี้ IMF ประเมินว่า กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่จะได้รับผลกระทบทางลบมากกว่ากลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว และประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานและอาหารจะได้รับผลกระทบมากที่สุด ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว IMF เน้นย้ำความสำคัญของการดำเนินนโยบายการคลังเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง โดยใช้นโยบายเฉพาะจุด (targeted) พร้อมกับมีแผนการเข้าสู่สมดุลการคลังระยะปานกลาง (medium-term consolidation strategy) ที่น่าเชื่อถือ ด้านนโยบายการเงินควรคงความยืดหยุ่น พร้อมที่จะปรับตามความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อโดยไม่ควรพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วเกินไป
นอกจากนี้ ผู้ว่าการได้ประชุมกับผู้บริหารระดับสูงของ IMF เพื่อหารือแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจการเงินโลก นโยบายต่างๆ ของ IMF ที่มีนัยต่อภูมิภาคและไทย รวมถึงมีการประชุมเพื่อเตรียมพร้อมการเป็นเจ้าภาพ IMF-WBG Annual Meetings ของไทยในเดือนตุลาคมนี้





