
ผลการดำเนินงานไตรมาสแรก บริษัทฯ มีรายได้รวม 2,586.5 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตเพิ่ม 25.1% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันปีก่อน ปัจจัยหนุนหลักจากรายได้ฝั่งธุรกิจก่อสร้างที่เติบโตก้าวกระโดด บันทึกรายได้เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ถึงแม้ในไตรมาส 1 แรงลมจะอ่อนตัว แต่บริษัทฯ ยังสามารถสร้างการเติบโตของกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ที่ 455.8 ล้านบาท เติบโต 24% โดยได้แรงลมกลับมาเดือนเมษายน ส่งผลให้หน่วยไฟเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 65% จากภาวะมรสุมเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว ทำให้ภาพรวมรายได้จากการขายไฟสดใสในไตรมาส 2 ส่วนรายได้ Backlog ทยอยรับรู้ปี 2569 อีกกว่า 4,600 ล้านบาท คาดผลการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่องในไตรมาส 2 คณะกรรมการมีมติจ่ายปันผลระหว่างกาล จากกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการและผลการดำเนินงานของบริษัทงวด 1 ม.ค. – 31 มี.ค. 2569 เป็นเงินสดอัตรา 0.10 บาทต่อหุ้น โดยขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569
สำหรับกลางปีนี้ บริษัทฯ มีแผนเพิ่ม MW ทั้งในและต่างประเทศ ผลักดันการเติบโตในเนื้อกำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) ต่อเนื่องในระยะยาว และเตรียมรับรู้รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าจากโครงการ Solar farm ใหม่เพิ่มอีก 3 โครงการ รวม 176.6 MW มีแผนเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในไตรมาส 4 ปีนี้
ปัจจัยหนุนการเติบโตเพิ่มเติมสอดคล้องกับนโยบายรัฐที่อัดฉีด 200,000 ล้านบาท ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานสะอาดของประเทศ รวมถึงแนวโน้มแผน PDP 2026 ฉบับใหม่ที่จะออกมา เน้นการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นจาก Data Center และ Semiconductor รวมถึงโครงการที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอื่น ๆ ตั้งแต่การเชื่อมต่อ Direct PPA ปลดล็อกการจัดหาพลังงานสะอาดให้ภาคอุตสาหกรรม Battery ระดับโครงข่ายช่วยยกระดับเสถียรภาพพลังงานสะอาด และมาตรการกระตุ้นการเติบโตของโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชนจากนโยบายลดหย่อนภาษี 200,000 บาทและโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งมีลูกค้าระดับครัวเรือนและธุรกิจ SME ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก
หากปริมาณไฟฟ้าในระบบมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จะต้องลงทุนเพิ่มในระบบสายส่งไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าของประเทศเพื่อความมั่นคงทางด้านพลังงานสะอาดและรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ตลาดไฟฟ้าเสรี ตอบสนองดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นจากภาคอุตสาหกรรมดิจิทัลใหม่ ๆ โดยเฉพาะ Data Center ที่ในช่วง 2568 – 2569 มีมูลค่าลงทุนรวมกว่า 1.5 ล้านล้านบาท และ Semiconductor 5 แสนล้านบาท ภายในปี 2569 ทั้งนี้จุดเด่นของ GUNKUL พร้อมให้บริการครอบคลุมทั้ง Value Chain ซัพพลายอุปกรณ์และดูแลการก่อสร้างทั้งระบบสายส่งและระบบจำหน่ายไฟฟ้าทุกแรงดัน ประกอบกับกลุ่มธุรกิจพลังงานสะอาดที่แข็งแกร่ง มีศักยภาพรองรับโอกาสใหม่ ๆ ของโครงการรัฐและเอกชน
เพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจสู่การเติบโตใน Curve ต่อไปของบริษัทฯ จากปัจจัยลมหนุนต่าง ๆ รวมถึงช่วงที่ผ่านมานักลงทุนให้ความสนใจต่อเส้นทางการเติบโตของบริษัทฯ จึงเล็งเห็นถึงประโยชน์ในระยะยาวผ่านการระดมทุนกลับจากหุ้นที่บริษัทฯ ซื้อคืน (Treasury share) ก่อนหน้านี้ เพื่อบริหารโครงสร้างเงินทุน ขยายขีดความสามารถการลงทุนโครงการใหม่ และลดต้นทุนดอกเบี้ยได้ราว 35 ล้านบาทต่อปี และมองว่า 2-3 ปีนี้เป็นช่วงสำคัญของไทยที่จะเป็น Green Digital Hub ของภูมิภาค ซึ่ง GUNKUL มีศักยภาพในด้านพลังงานครบวงจร พร้อมเดินหน้าในทุกกลุ่มธุรกิจ ทุกสเกลงาน ส่งมอบพลังงานสีเขียวที่มีประสิทธิภาพและเสถียรภาพ ส่งเสริมภาพพลังงานไทยให้กลายเป็นมูลค่าเพิ่ม เป็นแต้มต่อของประเทศต่อไป
