คณะ กตป. แถลงผลการดำเนินงานการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการทำงานของ กสทช. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. ประจำปี 2568


วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชัน คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน หรือ กตป. ร่วมกับบริษัท อินไซท์ คอนซัลติ้ง รีเสิร์ช จำกัด จัดงานแถลงผลและเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะเกี่ยวกับการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานของ กสทช. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. รวมถึงนโยบายสำคัญ ประจำปี 2568 โดยใช้กรอบประเมิน 6 มิติที่เชื่อมโยงกับมาตรฐาน OECD, ERGA และ ITU เพื่อสะท้อนศักยภาพการกำกับดูแลทั้งด้านโครงสร้าง กระบวนการ และผลลัพธ์ของการกำกับดูแล

กตป. 5 ด้าน ได้ดำเนินการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการปฏิบัติงานของ กสทช. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. จากการรวบรวมข้อมูลการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียส่วนกลางและส่วนภูมิภาค การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติจากแบบสอบถาม การสัมภาษณ์เชิงลึก และความเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก

ผลการประเมินภาพรวมปี 2568 พบว่า กสทช. สามารถกำกับดูแลกิจการภายใต้กรอบกฎหมายเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งด้านการอนุญาต การจัดสรรคลื่น การกำกับการแข่งขันหลังการควบรวมธุรกิจ การคุ้มครองผู้บริโภค การสื่อสารในภาวะฉุกเฉิน การส่งเสริมการเข้าถึงสื่อของคนพิการผ่าน AD, CC และ SL รวมถึงการลดความเหลื่อมล้ำผ่านโครงการ USO อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านสู่บริการดิจิทัล แพลตฟอร์มข้ามพรมแดน และ OTT ทำให้เกิดช่องว่างทางกฎหมาย ความไม่เท่าเทียมในการแข่งขัน และความเสี่ยงต่อผู้บริโภค จึงควรกำหนดทิศทางนโยบายให้ชัดเจน ปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย และกำหนดขอบเขตการกำกับดูแลบริการใหม่อย่างเหมาะสม เพื่อให้ระบบสื่อสารไทยมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย เป็นธรรม และรองรับโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

พลตำรวจตรี เอกธนัช  ลิ้มสังกาศ ประธานคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน และกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน ด้านกิจการกระจายเสียง พบผลการประเมินว่า กสทช. มีการดำเนินงานตามภารกิจที่มีกฎหมายรองรับได้เป็นไปอย่างดี เช่น การประมูลคลื่น FM ระดับท้องถิ่น การจัดทำแผนความถี่และมาตรฐานทางเทคนิค การพัฒนาระบบ e-BCS ให้การยื่นผังรายการเป็นดิจิทัล การลดระยะเวลาการจัดการเรื่องร้องเรียน และการกำกับโฆษณาเกินจริงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน ประเด็นที่ต้องเร่งพัฒนา โดยเฉพาะการกำกับดูแลวิทยุออนไลน์และบริการรูปแบบใหม่ซึ่งกฎหมายยังไม่ครอบคลุม การบูรณาการฐานข้อมูลระหว่างสายงาน การผลักดันวิทยุดิจิทัล DAB+ มาตรการสนับสนุน และความเข้าใจจากผู้ประกอบกิจการ ตลอดจนสนับสนุนผู้ประกอบกิจการรายย่อยที่ยังเผชิญข้อจำกัดด้านต้นทุนและความพร้อมทางเทคโนโลยี

ดร. พันธ์ศักดิ์ จันทร์ปัญญา กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน ด้านกิจการโทรทัศน์ พบผลการประเมินว่า กสทช. ยังสามารถกำกับดูแลโทรทัศน์แบบดั้งเดิมได้ค่อนข้างดี ทั้งด้านใบอนุญาต การติดตาม ผังรายการ การจัดการเรื่องร้องเรียน การกำกับมาตรฐานเนื้อหา และการส่งเสริมบริการ AD, CC, SL สำหรับคนพิการ อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทยเผชิญพฤติกรรมผู้ชมที่เปลี่ยนไปสู่การรับชมหลายช่องทาง ขณะเดียวกัน ยังมีข้อกังวลด้านคุณภาพเนื้อหา เช่น ข่าวเชิงดราม่า โฆษณาเกินจริง และรายการรีรันจำนวนมาก ประเด็นท้าทายในระยะต่อไปคือ การอุดช่องว่างกฎหมายต่อ OTT และแพลตฟอร์มออนไลน์ การกำหนด Roadmap หลังปี 2567 และการพัฒนาเครื่องมือ Real-time Monitoring/AI รวมถึงยกระดับผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ไทยให้แข่งขันได้ พร้อมผลักดัน EWS ให้ใช้งานจริง เพื่อคงบทบาทโทรทัศน์ในฐานะสื่อสาธารณะทั้งภาวะปกติและฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รองศาสตราจารย์ ดร. อุรุยา วีสกุล กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน ด้านกิจการโทรคมนาคม ผลการประเมินพบว่า กสทช. มีความเข้มแข็งในการขับเคลื่อนภารกิจเชิงโครงสร้างและเครื่องมือกำกับดูแล โดยเฉพาะระบบ e-FA และ e-Licensing ที่ลดภาระเอกสาร เพิ่มความโปร่งใส และตรวจสอบย้อนหลังได้ รวมถึงการพัฒนา CBS, EWS และ Mobile ID เพื่อยกระดับความปลอดภัยของธุรกรรมดิจิทัลและบริการสื่อสารสมัยใหม่ ขณะเดียวกันการดำเนินงานตามแผนแม่บทกิจการโทรคมนาคม ฉบับที่ 3 สะท้อนความก้าวหน้าด้านโครงสร้างพื้นฐาน การบริหารคลื่นความถี่ เลขหมายโทรคมนาคม และการเตรียมพร้อมสู่ 5.5G/6G อย่างไรก็ตาม ยังต้องเร่งปรับกฎหมายให้ทันต่อบริการ OTT และบริการข้ามพรมแดน พัฒนาระบบเฝ้าระวังการใช้คลื่นแบบ Real time และคุ้มครองผู้บริโภคจากค่าบริการ คุณภาพบริการ การหักเงินโดยไม่ตั้งใจ และภัยหลอกลวง ตลอดจนการส่งเสริมการแข่งขันรายใหม่ เช่น MVNO/Wholesale

พลเอก สิทธิชัย มากกุญชร กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค พบผลการประเมินว่า กสทช. มีความก้าวหน้าในการพัฒนาเครื่องมือและมาตรการด้านความปลอดภัย เช่น CBS, EWS, Mobile ID การจัดการ SIM Box และการป้องกันการใช้ซิมในทางมิชอบ รวมถึงส่งเสริมความรู้เท่าทันสื่อตามแนวทาง MIDL โดยผลการดำเนินงานเห็นผลชัดเจน โดยเฉพาะการลดระยะเวลาจัดการเรื่องร้องเรียน และการเพิ่มเครื่องมือคุ้มครองผู้ใช้บริการ อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องเร่งผลักดัน ได้แก่ ช่องว่างการกำกับดูแล OTT ผลกระทบหลังการควบรวม ราคาค่าบริการ คุณภาพสัญญาณ ความชัดเจนของแพ็กเกจ ภัยไซเบอร์ และการรับรู้ช่องทางร้องเรียนไม่ทั่วถึง ระยะต่อไปจึงควรยกระดับสู่การกำกับเชิงรุก ผ่าน Real-time Monitoring Dashboard การใช้ AI ป้องกันปัญหาล่วงหน้า การปิดช่องว่างกฎหมาย และมาตรการที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้ใช้บริการจริง

นางสาวอิสรารัศมิ์ เครือหงส์ กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน ด้านการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน พบผลการประเมินว่า กสทช. มีความก้าวหน้าในการวางหลักการและพัฒนาเครื่องมือคุ้มครองสิทธิประชาชน เช่น CBS, EWS, Digital ID และมาตรการลดค่าบริการสำหรับกลุ่มเปราะบาง รวมถึงการส่งเสริมบริการ AD, CC และ SL เพื่อเพิ่มการเข้าถึงข้อมูลของคนพิการ และการพัฒนา MIDL เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อท้าทายเรื่องช่องว่างการกำกับดูแล OTT ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และคุณภาพบริการสำหรับคนพิการที่ต้องสอดคล้องกับการใช้งานจริงโดยเฉพาะมาตรการดิจิทัลบางประเภท เช่น Face Scan หรือบริการผ่านเสียง ที่อาจไม่เหมาะกับข้อจำกัดของคนพิการบางกลุ่ม จึงควรออกแบบมาตรการร่วมกันและมีหลายช่องทาง ทั้งข้อความ ภาพ เสียง และระบบเฉพาะทาง เพื่อให้สิทธิของประชาชนเกิดผลจริงในทางปฏิบัติอย่างเท่าเทียม ทั่วถึง และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของแพลตฟอร์มและบริการใหม่


Comments

No comments yet. Why don’t you start the discussion?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Are you human? Please solve:Captcha