รศ.ดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทยเรื่อง สมาคม อบต. ชูแนวพัฒนาท้องถิ่นยุคใหม่ กระจายงบเท่าเทียม พลังงานสะอาด และสวัสดิการผู้สูงอายุ


รศ.ดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา
นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย

รศ.ดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา ในฐานะนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย คือหนึ่งในแกนนำสำคัญของการเคลื่อนไหวท้องถิ่นไทยยุคปัจจุบัน สมาคมฯ ดูแลองค์การบริหารส่วนตำบลกว่า 5,300 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเป็นด่านหน้าที่ใกล้ชิดประชาชนที่สุด ทั้งในมิติการบริการสาธารณะ การดูแลคุณภาพชีวิต และการพัฒนาชุมชนให้ยั่งยืน

จากประสบการณ์ที่คลุกคลีอยู่กับ อบต.ทั่วประเทศ เขาย้ำเสมอว่า หากงบประมาณไม่ลงถึงฐานรากอย่างเป็นธรรม นโยบายใด ๆ ก็ยากจะเปลี่ยนชีวิตคนได้จริง สมาคมฯ จึงเดินหน้าเจรจากับรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทบทวนการจัดสรรงบอุดหนุน เพิ่มน้ำหนักให้กับท้องถิ่นที่มีงบพัฒนาต่ำ และทำให้เม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจเดินไปถึงชุมชนอย่างทั่วถึงมากขึ้น

หนึ่งในประเด็นที่วิระศักดิ์ให้ความสำคัญ คือ “การสร้างงานสร้างอาชีพในชุมชน” เขามองว่าท้องถิ่นไม่ได้ต้องการเพียงงบก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน แต่ต้องการงบที่ต่อยอดเป็นอาชีพและรายได้ระยะยาว เช่น การส่งเสริมสินค้าเกษตรแปรรูป การสร้างตลาดชุมชน การพัฒนาท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และการจับมือกับภาคเอกชนด้านการตลาดออนไลน์ เพื่อให้สินค้าของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและเกษตรกรรายย่อยเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น การลงทุนของรัฐในระดับ อบต. จึงควรออกแบบให้ “ทุกบาทที่ใช้สร้างทั้งโครงสร้างและโอกาสทำกิน” ไม่ใช่จบแค่การเบิกจ่ายงบประมาณ

ในมิติ ESG วิระศักดิ์พยายามดันท้องถิ่นให้ก้าวไปไกลกว่าการเป็นเพียงผู้ให้บริการสาธารณูปโภคพื้นฐาน แต่เป็น “ผู้นำด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ” ด้วย เขาเห็นศักยภาพของเครือข่าย อบต. 5,300 แห่งในการเป็นฐานการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เช่น แผนความร่วมมือกับภาคีพลังงานสะอาดและสมาคมด้านพลังงาน ในการติดตั้งโซลาร์รูฟบนอาคาร อบต. ทั่วประเทศ เพื่อลดค่าไฟของหน่วยงานรัฐและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว แนวคิดคือ หากทุก อบต. เป็นต้นแบบพลังงานแสงอาทิตย์ให้ชุมชน เหล่าบ้านเรือน โรงเรียน และวัดก็จะกล้าตามรอยมากขึ้น

อีกด้านหนึ่ง เขาสนับสนุนให้ท้องถิ่นหันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในภารกิจราชการ โดยเฉพาะรถรับ-ส่งผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง และรถบริการสาธารณะระยะสั้นในชุมชน เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ลด PM2.5 และสร้างภาพจำว่า “รถไฟฟ้าไม่ใช่เรื่องไกลตัวของคนต่างจังหวัด” ควบคู่กับการส่งเสริมโครงการปลูกป่า ปลูกต้นไม้ในที่สาธารณะ และฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวในหมู่บ้าน เพื่อช่วยดูดซับคาร์บอนและบรรเทาผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมาย ESG ที่ภาครัฐและเอกชนให้ความสำคัญอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม วิระศักดิ์ไม่ได้มองการพัฒนาเพียงในเชิงเศรษฐกิจหรือสิ่งแวดล้อมเท่านั้น เขาย้ำถึง “คุณภาพชีวิตและสุขภาพของคนในชุมชน” เป็นหัวใจของงานท้องถิ่น ล่าสุด สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทยได้ลงนามบันทึกความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ในการดูแลสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เน้นการคัดกรองโรค การส่งเสริมการออกกำลังกาย และระบบดูแลผู้สูงอายุแบบเชิงรุกในระดับหมู่บ้าน แนวคิดของเขาคือ ท้องถิ่นต้องทำให้ผู้สูงอายุ “ไม่ใช่แค่มีชีวิตยืนยาว แต่ต้องมีชีวิตที่มีคุณภาพ” ด้วยบริการด้านสุขภาพ สวัสดิการ และกิจกรรมทางสังคมที่เหมาะสมกับวัย

การดูแลสุขภาพประชาชนยังเกี่ยวพันโดยตรงกับโครงสร้างงบประมาณที่เขาเรียกร้องให้ปรับปรุง เพราะเมื่อท้องถิ่นได้รับงบที่เพียงพอและยืดหยุ่น ก็สามารถจัดบริการดูแลผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยเรื้อรังได้ตรงกับสภาพจริงของพื้นที่ เช่น การจัดทีม อสม. เสริมกำลัง การทำคลินิกหมอครอบครัวระดับตำบล หรือโครงการบ้านพักผู้สูงอายุแบบชุมชนดูแลร่วมกัน ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องการทั้งงบลงทุนและงบดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของการจัดการเลือกตั้งใหม่ที่จะมาถึงสมาชิกสภา อบตและนายก อบต ที่จะครบวาระในวันที่ 27 พฤศจิกายน นี้โยแผนการจัดการเลือกตั้งดังกล่าวกำหนดให้มีประกาศรับสมัครรับเลือกตั้งระหว่างวันที่1-5 ธันวาคม 2568 และกำหนดวันเลือกตั้งขึ้นในวันอาทิตย์ที11 มกราคม 2569 ในฐานะของนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย เราขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่จะเข้ามารับตำแหน่งใหม่และขอให้ทุ่มเทในการทำงานเพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนในชุมชนที่ท่านดูแลให้ทำงานด้วยหัวใจที่รักการบริการและรักองค์กรเพื่อร่วมกันเปลี่ยนแปลงและยกระดับท้องถิ่นไทยให้ก้าวไกลและพัฒนาสู่ความยั่งยืนต่อไป
ภาพรวมแล้ว บทบาทของ รศ.ดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา ในฐานะนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย จึงไม่ใช่เพียงตัวแทนนายก อบต. ที่ไปเจรจากับรัฐบาล แต่เป็น “กระบอกเสียงของท้องถิ่น” ที่พยายามเชื่อมโยงประเด็นโครงสร้างงบประมาณ การสร้างงานในชุมชน การขับเคลื่อน ESG และการดูแลสุขภาพประชาชนเข้าด้วยกัน เป้าหมายของเขาคือทำให้ อบต. 5,300 แห่งกลายเป็นฐานรากของการพัฒนาประเทศ ที่งบประมาณลงไปถึงมือประชาชนอย่างเป็นธรรม มีงานทำ มีสิ่งแวดล้อมที่ดี และผู้สูงอายุทุกคนสามารถใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีศักดิ์ศรีในชุมชนของตัวเอง และฝากเอาใว้เป็นแง่คิดเพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมสังคมเดียวกันอย่างมีความสุข “ อย่าไปเปลี่ยนคนอื่นให้เป็นไปอย่างที่เราคิดจะให้เป็น แต่จงเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนดีเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคมและชุมชน “


Comments

No comments yet. Why don’t you start the discussion?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *