
จากแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ในพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระราชดำริให้หาทางยับยั้งการตัดไม้ทำลายป่า และเร่งฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรมอย่างเร่งด่วน ดั่งพระราชดำรัสอันลึกซึ้งที่ว่า “พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันจะสร้างป่า” ได้กลายเป็นแนวทางสำคัญที่สะท้อนถึงการทรงงานเคียงคู่กันระหว่างพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร และสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แผ่นดินไทย ปี พ.ศ. 2537 รัฐบาลในขณะนั้นเป็นผู้ริเริ่ม “โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ” โดยตั้งเป้าหมายการปลูกป่าถึง 5 ล้านไร่ เพื่อเป็นรากฐานในการฟื้นฟูระบบนิเวศของประเทศ
การปลูกป่านี้อาศัยแนวคิด “ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” เป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงาน โดยเน้นปลูกไม้ 3 ประเภท ได้แก่ ไม้ใช้สอย ไม้กินได้ และไม้เศรษฐกิจ ซึ่งให้ผลตอบแทนทั้งด้านรายได้และสิ่งแวดล้อม ไม่เพียงช่วยสร้างประโยชน์จากผลผลิตของไม้ แต่ยังช่วยอนุรักษ์ดินและน้ำให้คงความอุดมสมบูรณ์ ส่วนประโยชน์ 4 อย่าง คือ พออยู่, พอกิน, พอใช้, และ พอร่มเย็นพร้อมการมีส่วนร่วมของชุมชน โครงการให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ โดยเปิดโอกาสให้ชาวบ้านเข้ามามีบทบาทในการปลูกและบำรุงรักษาป่า สร้างรายได้เสริม และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานรัฐกับชุมชน

แม้โครงการหลักจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่หลายหน่วยงานยังคงสานต่อแนวทางการฟื้นฟูป่าอย่างต่อเนื่องในรูปแบบต่างๆ ส่วน ปตท. นั้นได้อาสาข้าร่วมเป็นกำลังสำคัญในการปลูกและฟื้นฟูป่า 1 ล้านไร่ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 พร้อมต่อ
ยอดด้วยโครงการรักษาป่าระยะยาว โดยจัดตั้ง สถาบันปลูกป่าและระบบนิเวศ เพื่อสืบสานภารกิจด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
#ขอบคุณบทความดีดีจาก ปตท.



