Nature-based Solutions (NbS) เรื่องไม่ง่าย แต่ใกล้ตัว


ผู้เขียน: ธนิรัตน์ ธนวัฒน์ นักวิจัยอาวุโส สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย

ในปัจจุบัน สังคมกำลังเผชิญความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่ซับซ้อนมากขึ้น ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ น้ำท่วม ภัยแล้ง ความร้อนในเมือง คุณภาพน้ำ และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ปัญหาเหล่านี้ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยโครงสร้างพื้นฐานแข็งเพียงอย่างเดียว เพราะหลายครั้งยิ่งสร้าง ยิ่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่กลับสร้างปัญหาใหม่ตามมา สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ในฐานะองค์กรพัฒนาเอกชนที่ขับเคลื่อนงานวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมจึงอยากชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับแนวทาง Nature-based Solutions (NbS) หรือการใช้ธรรมชาติเป็นฐานในการแก้ปัญหา ซึ่งอาจเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะช่วยให้เราก้าวข้ามวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

เริ่มจาก Working with Nature

แนวคิด Nature-based Solutions (NbS) เกิดขึ้นจากความเข้าใจว่าธรรมชาติไม่ใช่อุปสรรคของการพัฒนา แต่เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา โดยการใช้ระบบนิเวศและกระบวนการทางธรรมชาติ 

แนวคิดการใช้ธรรมชาติแก้ปัญหาไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ เมื่อปี ค.ศ. 1945 มีนักวิชาการคนสำคัญ คือ Gilbert F. White พูดถึงแนวคิดนี้ในการจัดการน้ำท่วมว่า มนุษย์ไม่ควรพยายามเอาชนะน้ำด้วยโครงสร้างขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่ควรปรับตัวและใช้พื้นที่น้ำท่วมให้เหมาะสม เช่น การเว้นพื้นที่น้ำหลากหรือใช้เป็นพื้นที่เกษตรหรือพื้นที่นันทนาการ แนวคิดนี้ถือเป็นรากฐานสำคัญของแนวคิด “Working with Nature” และต่อมาพัฒนาเป็นแนวคิด Nature-based Solutions หรือ NbS ในปัจจุบัน ซึ่งมีหลักการโดยรวม คือ เป็นการดำเนินการแก้ไขความท้าทายทางสังคม ผ่านการปกป้อง บริหารจัดการอย่างยั่งยืน และฟื้นฟูระบบนิเวศ ส่งผลประโยชน์ต่อทั้งความหลากหลายทางชีวภาพและความเป็นอยู่ของมนุษย์ โดยเฉพาะความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งหากดำเนินการอย่างเหมาะสม NbS มีศักยภาพที่จะบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ถึง 37%

NbS คืออะไร และไม่ใช่อะไร

NbS เป็นแนวคิดที่ให้ธรรมชาติกลับมาทำหน้าที่ของธรรมชาติ แล้วธรรมชาติจะช่วยแก้ปัญหาให้เราเอง พร้อมกับสร้างประโยชน์ด้านอื่น ๆ เช่น ลดอุณหภูมิ ลดฝุ่น เพิ่มออกซิเจน ด้วยการปลูกต้นไม้รอบบ้าน สร้างความมั่นคงทางอาหารและลดค่าใช้จ่าย ปรับพื้นที่ว่างทำสวนผัก ลดปัญหาน้ำขังรอระบาย ด้วยการเพิ่มพื้นที่น้ำซึมผ่าน

หลายๆ แนวคิดเห็นพ้องไปในทำนองเดียวกันว่า NbS ต้องมีอย่างน้อย 3 อย่าง ก็คือ 1) ใช้ธรรมชาติเป็นเครื่องมือ 2) ช่วยแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน และ 3) ให้ประโยชน์มากกว่าสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว

แล้วอะไร “ไม่ใช่” NbS สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิด เช่น ปลูกต้นไม้แต่ไม่เกี่ยวกับการแก้ปัญหา จัดสวนสวย  แต่ไม่ช่วยเรื่องน้ำ ไม่ช่วยเรื่องความร้อน ทำคอนกรีตแล้วปลูกต้นไม้เล็ก ๆ แซม เหล่านี้ไม่ใช่ NbS

NbS ได้รับความสนใจมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะ NbS สามารถสร้างประโยชน์หลายด้านพร้อมกัน (co-benefits) ไม่เพียงช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมหรือความร้อน แต่ยังช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ สร้างแหล่งอาหาร พื้นที่นันทนาการ และช่วยพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นได้ในเวลาเดียวกัน ดังนั้น NbS จึงไม่ใช่เพียงแนวทางด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นแนวทางการพัฒนาเมืองและสังคมที่ช่วยให้มนุษย์สามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุลในระยะยาว

NbS ใกล้ตัว ในทุกระดับ

เมื่อพูดถึง NbS หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องของเมืองหรือโครงการขนาดใหญ่ แต่จริง ๆ แล้ว NbS เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมาก สามารถเริ่มได้ตั้งแต่ระดับบ้าน ชุมชน และเมือง เพราะแนวคิดของ NbS คือ การใช้ธรรมชาติช่วยแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความร้อน น้ำท่วม อาหาร น้ำเสีย หรือคุณภาพชีวิต

NbS ในระดับบ้าน ที่เห็นได้ชัด เช่น การปลูกต้นไม้รอบบ้านเพื่อช่วยลดอุณหภูมิและดักจับฝุ่น การทำสวนครัวหรือรั้วกินได้ เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางอาหาร การทำพื้นที่ดินหรือบ่อเล็ก ๆ เพื่อให้น้ำฝนซึมลงดินแทนการไหลท่วมขัง หรือการปลูกพืชหลากหลายชนิดเพื่อช่วยฟื้นฟูดินและลดการใช้สารเคมี รวมถึงการใช้พืชน้ำในการบำบัดน้ำเสียเป็นการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่และประหยัดการใช้น้ำ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการใช้ธรรมชาติช่วยแก้ปัญหา ทั้งเรื่องความร้อน อาหาร น้ำ และสิ่งแวดล้อม

ระดับชุมชน NbS สามารถอยู่ในรูปของพื้นที่ชุ่มน้ำของชุมชน บึง หนอง คลอง สวนสาธารณะ พื้นที่สีเขียว แนวต้นไม้ริมถนน หรือร่องน้ำธรรมชาติ ซึ่งช่วยหน่วงน้ำ ลดน้ำท่วม กักเก็บน้ำใต้ดิน ปรับปรุงคุณภาพน้ำ ลดความร้อน และเป็นพื้นที่พักผ่อนของคนในชุมชน ขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ เช่น นก ปลา แมลง และพืชท้องถิ่น  ซึ่งเอื้อต่อการอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลระหว่างชุมชนและธรรมชาติ ครอบคลุมทั้งมิติด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม

 ส่วนในระดับเมือง NbS ต้องมองให้เห็นภาพรวมทั้งระบบก่อนการทำเป็นโครงการเล็ก ๆ ต้องมองน้ำและธรรมชาติเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเมือง ไม่ใช่พื้นที่ว่างที่รอการพัฒนา หากเมืองได้รับการออกแบบให้มีพื้นที่ชุ่มน้ำ บึง สวนสาธารณะ และคลองธรรมชาติที่เชื่อมต่อกัน เมืองจะสามารถรับน้ำฝน ชะลอน้ำ ระบายน้ำ และลดอุณหภูมิได้ตามธรรมชาติ ทำให้เมืองมีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น และทำให้เมืองน่าอยู่ขึ้นในเวลาเดียวกัน นี่คือหัวใจสำคัญของ NbS ในระดับเมือง

แนวทางนี้จึงไม่ใช่แค่การปลูกต้นไม้ไปเรื่อย ๆ หรือสร้างสวนสาธารณะเพื่อเป็นสถานที่ออกกำลังกาย แต่เป็นการออกแบบเมืองใหม่ให้ทำงานร่วมกับธรรมชาติ

ทำไม NbS “ไม่ง่าย”

แม้ว่า NbS จะเป็นแนวทางที่ช่วยแก้ปัญหาจริง แต่การดำเนินงาน NbS ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องอาศัยความเข้าใจระบบนิเวศ ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ การวางแผนเชิงพื้นที่ และการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงานและหลายภาคส่วน NbS จึงเป็นเรื่องของการวางแผนและการบริหารจัดการระยะยาว ไม่ใช่โครงการระยะสั้นที่ทำแล้วจบ

อีกประเด็นสำคัญคือ NbS ต้องใช้เวลาในการเห็นผล ต่างจากโครงสร้างพื้นฐานแบบวิศวกรรม เช่น การสร้างกำแพงกันน้ำหรือท่อระบายน้ำที่เห็นผลได้ทันที แต่การฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ การปลูกป่า หรือการฟื้นฟูระบบนิเวศ ต้องใช้เวลาให้ธรรมชาติฟื้นตัว นอกจากนี้ NbS ยังต้องใช้พื้นที่ ซึ่งในเมืองที่มีที่ดินจำกัดมักเป็นข้อจำกัดสำคัญ รวมทั้งต้องมีการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง เพราะธรรมชาติเป็นระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

นอกจากนี้ NbS ไม่สามารถใช้รูปแบบเดียวกันได้ทุกพื้นที่ เพราะแต่ละพื้นที่มีสภาพภูมิประเทศ ระบบน้ำ ระบบนิเวศ และบริบทสังคมที่แตกต่างกัน การออกแบบ NbS จึงต้องศึกษาและออกแบบให้เหมาะสมกับพื้นที่เฉพาะ โดยตอบสนองกับความต้องการของคนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ และในบางกรณี NbS ไม่สามารถแก้ปัญหาได้เพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นปัญหารุนแรงหรือเร่งด่วน จึงจำเป็นต้องใช้ร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานแบบวิศวกรรม

บทสรุปเมื่อ NbS เป็นทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก

ที่ผ่านมา การพัฒนาเมืองมักพยายามเอาชนะธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างกำแพงกันน้ำ ถมคลอง ขุดบึงให้ลึก ตัดป่า หรือทำให้แม่น้ำไหลตรงและเร็วที่สุด แต่ประสบการณ์ในหลายเมืองทั่วโลกเริ่มแสดงให้เห็นว่า ยิ่งพยายามเอาชนะธรรมชาติ ปัญหากลับยิ่งรุนแรงขึ้น ทั้งน้ำท่วมที่รุนแรงขึ้น เมืองที่ร้อนขึ้น คุณภาพน้ำที่แย่ลง และความหลากหลายทางชีวภาพที่ลดลง แนวคิด NbS จึงไม่ใช่เพียงแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นแนวคิดการพัฒนาแบบใหม่ที่พยายามปรับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ จาก “การต่อสู้กับธรรมชาติ” เป็น “การอยู่ร่วมกับธรรมชาติ”

NbS ไม่ใช่คำตอบทั้งหมดและไม่สามารถแทนที่โครงสร้างพื้นฐานทางวิศวกรรมได้ทุกกรณี แต่ NbS เป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่กัน เพราะธรรมชาติทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของเมือง  หากยังคงพัฒนาโดยไม่คำนึงถึงระบบนิเวศ ปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง ความร้อน และคุณภาพสิ่งแวดล้อมจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น และต้นทุนในการแก้ปัญหาจะยิ่งสูงขึ้นในอนาคต

ในโลกที่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติที่รุนแรงขึ้น Nature-based Solutions หรือ NbS จึงไม่ใช่ “ทางเลือก” ที่จะทำหรือไม่ทำก็ได้ แต่กำลังกลายเป็น “ทางรอด” ของสังคมในระยะยาว พื้นที่สีเขียว มีพื้นที่รับน้ำ มีระบบนิเวศที่สมบูรณ์ จะช่วยให้สามารถปรับตัวและรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ดีกว่า การลงทุนในธรรมชาติ ก็คือการลงทุนในความมั่นคง ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของมนุษย์เอง

ผู้เขียน: ธนิรัตน์ ธนวัฒน์ นักวิจัยอาวุโส สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย

แหล่งที่มาของข้อมูล:

  1. งานเสวนาวิชาการ “RESILIENT CITIES – การพัฒนาเมืองที่อิงกับธรรมชาติและเพิ่มความสามารถการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” จัดโดย โครงการ URBAN สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ร่วมกับ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เมื่อวันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2569
  2. IUCN. (2020). Ensuring effective nature-based solutions. Gland, Switzerland: IUCN.
  3. IUCN. (2023). มาตรฐานสากลของ IUCN สำหรับการแก้้ปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติิเป็นฐาน กรอบการดำเนินงานอย่างง่าย เพื่อการตรวจสอบ วางแผน และยกระดับการแก้ปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติิเป็นฐาน. พิมพ์ครั้งแรก. กลองด์, สวิตเซอร์แลนด์: IUCN.
  4. Laura Wendling, Joan Garcia, et al,. Editorial: Introduction to the Nature-Based Solutions journal, Nature-Based Solutions, Volume 1, 2021.
  5. White, G. F. (1945). Human adjustment to floods: A geographical approach to the flood problem in the United States. University of Chicago.

ติดตามข่าวสาร สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยได้ที่ :  สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย


Comments

No comments yet. Why don’t you start the discussion?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *