ปลุกพลัง Gen Z สายกรีน
ถอดรหัสป่าต้นน้ำอินทนนท์
กับ “ค่ายเยาวชนเอ็กโกไทยรักษ์ป่า รุ่นที่ 62”


เมื่อ “ต้นทางดี” คือจุดเริ่มต้นของผลลัพธ์ปลายทางที่ยั่งยืน บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group และ มูลนิธิไทยรักษ์ป่า องค์กรสาธารณกุศลซึ่งก่อตั้งและสนับสนุนการดำเนินงานโดย EGCO Group ประสบความสำเร็จในการจัดโครงการ “ค่ายเยาวชนเอ็กโกไทยรักษ์ป่า รุ่นที่ 62” ภายใต้แนวคิด “Nature Decoded: ถอดรหัสป่าต้นน้ำอินทนนท์” นำเยาวชนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย 70 คนจากทั่วประเทศ ร่วมถอดรหัสลับของธรรมชาติ ณ ดอยอินทนนท์ ป่าต้นน้ำที่สูงที่สุดของประเทศไทย ซึ่งยังคงความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งด้านพืชพรรณ สัตว์ป่า และระบบนิเวศเฉพาะถิ่น เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนเข้าใจถึงคุณค่าของป่าต้นน้ำที่เชื่อมโยงกับการดำรงชีวิตประจำวัน จนเกิดจิตสำนึกรักษ์ธรรมชาติและมีพฤติกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และนำไปสู่การสร้างเครือข่าย “คนรักษ์ป่า” ที่แข็งแกร่งในอนาคต

ห้องเรียนธรรมชาติที่กว้างกว่าตำรา

ตลอดระยะเวลา 7 วัน 6 คืน ในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ เยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกจากทั่วประเทศได้เปลี่ยนบทบาทจากนักเรียนในห้องสี่เหลี่ยม มาเป็น “นักสืบธรรมชาติ” ผ่านกิจกรรมที่เน้นการสัมผัสตรงและมีประสบการณ์ตรง ตามองเห็น เท้าสัมผัสดิน ซึ่งจะทำให้น้อง ๆ ได้เรียนรู้และเข้าใจถึงความเชื่อมโยงกันของสิ่งมีชีวิตและระบบนิเวศในป่าด้วยตนเอง

EGCO Group และมูลนิธิไทยรักษ์ป่า มีความเชื่อว่า “ต้นทางดี จะก่อกำเนิดผลลัพธ์ปลายทางที่ดี” ต้นทางของเราคือเยาวชน การทำค่ายเป็นเหมือนการหยอดเมล็ดพันธุ์เล็ก ๆ ลงในจิตใจให้ค่อย ๆ งอกงามและเติบโต แต่ระหว่างทางที่เขาจะเติบโต ก็ต้องใส่ปุ๋ยพรวนดิน เยาวชนต้องการโอกาสและพื้นที่ในการเติบโตและแสดงศักยภาพ หลายคนอาจจะมองว่าค่ายเป็นแค่กิจกรรมหนึ่งในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ในทางกลับกัน ค่ายเป็นจุดเริ่มต้นให้เด็ก ๆ ได้เชื่อมโยงกับบางสิ่ง เพราะเยาวชนในวันนี้คือคนที่จะมีบทบาทสำคัญในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติในวันข้างหน้า นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เราตั้งใจทำค่ายเยาวชนเอ็กโกไทยรักษ์ป่ามาอย่างต่อเนื่องตลอด 28 ปี จนถึงปัจจุบันค่ายนี้ได้สร้างเครือข่ายเยาวชนรักษ์ป่าไปแล้วกว่า 3,600 คน ซึ่งกระจายตัวอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของไทย

มานนีย์ พาทยาชีวะ เลขาธิการมูลนิธิไทยรักษ์ป่า ให้รายละเอียดถึงค่ายเยาวชนเอ็กโกไทยรักษ์ป่า ซึ่งจัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 และมีการเปลี่ยนหัวข้อการจัดค่ายไปทุกปี โดยหัวข้อในปีนี้เน้นเรื่อง “การถอดรหัสป่าต้นน้ำอินทนนท์” นั่นคือการให้เยาวชนได้เข้าไปค้นคว้าและแสวงหาความจริงบางอย่างว่า ธรรมชาติทำให้ตัวเราอยู่ได้อย่างไร และตัวเราเป็นกุญแจสำคัญอย่างไรที่ทำให้ธรรมชาตินั้นยังคงอยู่อย่างยั่งยืน การถอดรหัสเป็นนัยยะที่ซ่อนเอาไว้ เยาวชนจะสามารถมองเห็นธรรมชาติรอบตัวแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ป่า เพียงแค่เราดูแลสิ่งแวดล้อมหรือการประหยัดพลังงาน สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้ธรรมชาติรอบตัวเราดีขึ้น แล้วตัวเขาจะดีขึ้นได้อย่างไรจากมาเรียนรู้และถอดรหัสป่าต้นน้ำที่ดอยอินทนนท์

กิจกรรมในค่ายไม่ได้มีแค่การเรียนรู้ทฤษฎีด้านสิ่งแวดล้อม แต่น้อง ๆ ยังได้เดินป่าจริง ๆ ทั้งการเดินใน “เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน” ที่มีความหลากหลายด้านภูมิประเทศ ธรณีวิทยา และพืชพรรณ พร้อมสำรวจระบบนิเวศป่าพรุน้ำจืดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวใน “เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา และเส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดดอย” เรียนรู้ดิน น้ำ และต้นไม้เพื่อนรักใน “เส้นทางป่า 6 คนโอบ” กับความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกันของระบบนิเวศ สวมบทบาทเป็น “นักสืบสายน้ำ” สำรวจสิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วที่อยู่ร่วมระบบนิเวศเดียวกัน รวมทั้งการสำรวจธรรมชาติยามค่ำคืนที่ฝึกทักษะการใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติ และเรียนรู้แผนที่เสียง ตลอดจนได้สร้างมิตรภาพกับเพื่อนใหม่ทั่วประเทศ

มิตรภาพบนขบวนรถไฟและผืนป่า

เสน่ห์อย่างหนึ่งของค่ายเยาวชนเอ็กโกไทยรักษ์ป่า คือการเริ่มสร้างมิตรภาพตั้งแต่ “ขบวนรถไฟ” จากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์มุ่งสู่เชียงใหม่ เยาวชนจากต่างที่มาได้แลกเปลี่ยนมุมมองด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ของตนเอง ก่อนจะร่วมกันลงมือไขรหัสลับของป่าผ่านกิจกรรมกลุ่ม ซึ่งไม่เพียงแต่ได้ความรู้ แต่ยังได้ความผูกพันและเครือข่ายเยาวชนที่จะช่วยกันเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมในอนาคต ในขณะเดียวกัน ความน่าสนใจของค่ายนี้ คือการส่งต่อแรงบันดาลใจจากรุ่นสู่รุ่น โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนที่เคยผ่านค่ายนี้มาแล้ว ได้สมัครมาเป็นพี่เลี้ยงค่ายให้น้อง ๆ รุ่นต่อไป เพื่อส่งต่อ “เมล็ดพันธุ์” สู่การเป็นเครือข่ายเยาวชนรักษ์ป่า

จาก “ห้องเรียนธรรมชาติ” สู่ “การตกตะกอนทางความคิด”

เปิดบันทึกเรื่องราวหลังค่าย ผ่านคำบอกเล่าและข้อเขียนของน้อง ๆ ที่ผ่านการเข้าร่วมค่ายเยาวชนเอ็กโกไทยรักษ์ป่า รุ่นที่ 62

วัฒนากร มหาวงค์ (ต้นกล้า): “ค่ายนี้ทำให้ต้นกล้าชวนขนลุก และเข้าใจธรรมชาติอย่างเที่ยงแท้ ขอยกตัวอย่างกิจกรรม “ต้นไม้เพื่อนรัก” คือกิจกรรมที่ผมชอบที่สุดในค่ายเพราะว่าผมได้ทั้งสัมผัส ทั้งกอด และอีกหลายอย่าง ขณะที่ผมได้กอดเพื่อนของผม กลิ่นของเขาหอมกลิ่นสมุนไพร ที่ลำต้นรู้สึกเย็นสบาย เหมือนเขารู้ว่าเรากอดเขาอยู่ เลยปล่อยความหอมออกมา ผมได้มอบความอบอุ่นให้แก่เขา เล่าสิ่งที่ผมได้เจอมา ก่อนที่จะจากกัน เราได้มีการตั้งชื่อเพื่อนของตัวเอง ผมชื่อ “ต้นกล้า” เพื่อนผมชื่อ “ต้นหอม” ธรรมชาติก็พร้อมที่จะมอบสิ่งดี ๆ ให้กับคุณ ขอแค่คุณเข้าใจเขาก่อนที่โลกของเราจะป่วยไปมากกว่านี้”

ขวัญข้าว แพงไทสงค์ (ใบข้าว): “ปีนี้สมัครมาเป็นพี่เลี้ยงค่ายรุ่นที่ 62 เพราะอยากสร้างแรงบันดาลใจเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติให้คนรุ่นต่อไป การมาเป็นพี่เลี้ยงค่ายทำให้เราต้องมีความเข้าใจน้อง ๆ เพราะค่ายมีความหลากหลาย ทุกคนมาจากต่างถิ่น สำหรับเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มองว่าเราสามารถเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ รอบตัวเราได้ เช่น กิจกรรม Zero Waste ในค่ายที่ให้แง่คิดว่าทำอย่างไรเราจะทำกับข้าวให้ใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่าและเหลือทิ้งน้อยที่สุด และทานอาหารที่ทำเองให้หมด ในอนาคตอยากสานต่อเจตนารมณ์เรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อมที่ได้รับจากพี่ ๆ ในค่ายสู่เพื่อน ๆ และคนรอบตัวต่อไป”

บทสรุปของหัวใจกรีน

แม้สิ้นสุดระยะทางของ “ค่ายเยาวชนเอ็กโกไทยรักษ์ป่า รุ่นที่ 62” แต่ต้นทางจิตสำนึกในใจเยาวชนกำลังเริ่มขึ้น เพื่อกลับไปเติบโตและงอกงาม พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการดูแลและรักษาทรัพยากรธรรมชาติและป่าต้นน้ำต่อไป


Comments

No comments yet. Why don’t you start the discussion?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *