19 มิถุนายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย ภายใต้การสนับสนุนจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) จัดเวทีสาธารณะระดับชาติ “ท้องถิ่นพลิกระบบสุขภาพ : เมื่อ รพ.สต. อยู่ใกล้บ้าน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น เพื่อเผยแพร่ผลการวิจัยนวัตกรรมระบบสุขภาพทางไกลบูรณาการ (Telehealth) ในพื้นที่นำร่อง 3 จังหวัด ได้แก่ ลำปาง ลำพูน และกระบี่
ดร.ทพญ.จิดาภา สุนทรธนากุล ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (ดร.ทรงศักดิ์ ทองศรี) ประธานในพิธี ปาฐกถานำเน้นย้ำว่า ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ แต่ประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ห่างไกลยังเข้าถึงบริการสุขภาพได้ยากลำบาก การกระจายอำนาจโดยถ่ายโอน รพ.สต. สู่ อบจ. จึงเป็นโอกาสสำคัญให้ท้องถิ่นดูแลประชาชนได้ใกล้ชิดขึ้น โดยมี “เทคโนโลยีดิจิทัล” เป็นเครื่องมือสำคัญในการทลายข้อจำกัดด้านระยะทางและค่าใช้จ่าย
ผลวิจัยชี้ “Telehealth” ลดภาระประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ จากการศึกษาเบื้องต้นในรอบ 12 เดือน พบข้อมูลที่น่าสนใจว่าประชาชนในพื้นที่ห่างไกลต้องเดินทางรับบริการไกลถึง 1–124 กิโลเมตร เสียค่าพาหนะเฉลี่ย 100–2,000 บาทต่อครั้ง แต่เมื่อนำระบบ iHealthCare 2.0 มาใช้ สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายและเวลาเดินทางได้จริง โดยบริการที่ประชาชนต้องการสูงสุดคือ เภสัชกรรมทางไกล การพยาบาลทางไกล และสุขภาพจิตทางไกล “ลำปางโมเดล” ต้นแบบการดูแลครบวงจร ในงานมีการนำเสนอ “ลำปางโมเดล” ซึ่งยกระดับจาก Telemedicine (การรักษาทางไกล) สู่ Telehealth (สุขภาพทางไกลบูรณาการ) ครอบคลุม 5 มิติ ได้แก่ การพยาบาล, เภสัชกรรม (ระบบฐานข้อมูลยาเดี่ยว), กายภาพบำบัด, การติดตามวัคซีนเชิงรุก และการโค้ชชิ่งสุขภาพเพื่อป้องกันโรคเรื้อรัง (NCDs) โดยใช้ระบบฐานข้อมูลสุขภาพรายบุคคล (Personal Data) เชื่อมโยงข้อมูลคนจนเพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด เชิดชูเกียรติ “คนหน้างาน” ผู้ปิดทองหลังพระ ไฮไลท์สำคัญของงานคือพิธีมอบโล่รางวัลเชิดชูเกียรติให้แก่ อบจ. รพ.สต. และ อสม. ดีเด่น เช่น คุณพิพัฒน์ ขวัญธนธีรวุฒิ อสม. จังหวัดลำปาง ที่สะท้อนประสบการณ์จริงในการดูแลผู้สูงอายุวัย 95 ปีที่ไม่เคยพบหมอเลยตลอดชีวิต ให้สามารถเข้าถึงการรักษาได้ผ่านระบบ Telehealth ถึงข้างเตียง ก้าวต่อไปสู่นโยบายระดับชาติ นพ.ปรีดา แต้อารักษ์ หัวหน้าโครงการวิจัย ระบุว่าหัวใจสำคัญไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่คือ “เจตนารมณ์ทางการเมืองของท้องถิ่น” และการสร้างระบบนิเวศสุขภาพที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลโดยข้อเสนอจากเวทีนี้จะถูกสังเคราะห์เป็นนโยบายเพื่อขยายผลไปยัง อบจ. ทั่วประเทศกว่า 4,000 แห่ง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน

“จากงานวิจัยสู่การปฏิบัติจริง ท้องถิ่นพลิกระบบสุขภาพ” เปลี่ยน รพ.สต. ให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพดิจิทัล โดยใช้ระบบ Telehealth เข้าไปช่วยกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ห่างไกล ไม่ต้องเดินทางไกลเป็นร้อยกิโลเมตร ไม่ต้องเสียค่ารถหลักพัน แค่มีโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียว อสม. ก็พาคุณหมอไปหาถึงบ้านได้ ผลวิจัยในลำปาง ลำพูน กระบี่ ยืนยันแล้วว่าช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้จริง และกำลังจะผลักดันเป็นนโยบายระดับชาติเพื่อให้คนไทยทุกคนเข้าถึงหมอได้อย่างเท่าเทียม








