กรมลดโลกร้อน จับมือ UNDP เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น (ร่าง) รายงานแห่งชาติ ฉบับที่ 5


รวมกับรายงานความโปร่งใสรายสองปี ฉบับที่ 2 (NC5/BTR2) ชูการปรับตัวรับวิกฤตโลกเดือด ยกระดับความโปร่งใสไทยสู่สากล

ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) รายงานแห่งชาติ ฉบับที่ 5 รวมกับรายงานความโปร่งใสรายสองปี ฉบับที่ 2 (NC5/BTR2) บทที่ 4 ผลกระทบและการปรับตัวจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Impacts and Adaptation) โดยมี นายปวิช เกศววงศ์ และนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย Ms. Niamh Collier-Smith ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย (UNDP Thailand) บริษัท เดอะ ครีเอจี้ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาโครงการ ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรระหว่างประเทศ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมจำนวน 80 คน ณ ห้องประชุม Dawn ชั้น 2 โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพมหานคร และผ่านระบบออนไลน์

กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) ร่วมกับ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย (UNDP Thailand) จัดการประชุมครั้งนี้ขึ้น เพื่อรวบรวมข้อคิดเห็นและข้อมูลเฉพาะแต่ละรายสาขาจากทุกภาคส่วน นำไปปรับปรุงเนื้อหาของ (ร่าง) รายงานแห่งชาติ ฉบับที่ 5 รวมกับรายงานความโปร่งใสรายสองปี ฉบับที่ 2 (NC5/BTR2) บทที่ 4 ผลกระทบและการปรับตัวจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ให้มีความครบถ้วน ถูกต้อง และสะท้อนบริบทของประเทศไทยได้อย่างรอบด้านยิ่งขึ้น

ดร.พิรุณ ได้เปิดเผยว่า สภาพภูมิอากาศในปัจจุบันทวีความรุนแรงและผันผวนอย่างรวดเร็ว โดย องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ได้ประกาศเตือนภัยภาวะ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ที่ทำให้อุณหภูมิผิวน้ำทะเลสูงกว่าปกติถึง 2 องศาเซลเซียส ส่งผลกระทบขั้นวิกฤตทั่วโลก สำหรับประเทศไทย จากรายงาน Climate Risk Index 2026 โดย Germanwatch พบว่าความเปราะบางจากสภาพอากาศสุดขั้วทวีความรุนแรงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งในปี 2024 ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 17 ของโลกในด้านผลกระทบ จากเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว เพิ่มขึ้นจากอันดับที่ 69 ในปี 2023 สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางและความท้าทายที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบโดยตรง ทั้งด้านความมั่นคงทางอาหาร น้ำ สาธารณสุข การท่องเที่ยว การลงทุน และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อกลุ่มเปราะบางในสังคมที่มีขีดจำกัดในการปรับตัว “การจัดทำรายงาน NC5/BTR2 โดยเฉพาะในบทที่ 4 ผลกระทบและการปรับตัวจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จึงเป็นภารกิจเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งของประเทศไทย ไม่เพียงแต่เป็นการทำตามพันธกรณีระหว่างประเทศภายใต้กรอบความตกลงปารีส (Paris Agreement) และกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) เท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินและทบทวนความก้าวหน้าของแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (NAP) เพื่อยกระดับกลไกการรับมือ เพิ่มขีดความสามารถ และสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจและสังคมให้แก่ประชาชนไทยอย่างยั่งยืน” ดร.พิรุณ กล่าว

ด้าน Ms. Niamh Collier-Smith ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย (UNDP Thailand) กล่าวต้อนรับ พร้อมเน้นย้ำบทบาทของ UNDP ในการสนับสนุนกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) ในการจัดทำรายงานแห่งชาติ ฉบับที่ 5 รวมกับรายงานความโปร่งใสรายสองปี ฉบับที่ 2 (NC5/BTR2) ภายใต้ความตกลงปารีส โดยระบุว่าการประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเพื่อยกระดับคุณภาพของร่างรายงานบทที่ 4 และสนับสนุนการจัดทำรายงานให้สอดคล้องกับกรอบความโปร่งใสที่ยกระดับขึ้น (ETF) ภายใต้ความตกลงปารีส พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า จากสถานการณ์ภัยพิบัติและสภาพอากาศสุดขั้วที่ทวีความถี่และความรุนแรง ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวและมาตรการด้านการปรับตัวอย่างจริงจัง โดยรายงานของธนาคารโลก (World Bank) ระบุว่า หากไม่มีการดำเนินมาตรการปรับตัวอย่างเพียงพอ ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจทำให้ GDP ของไทยลดลงร้อยละ 7–14 ภายในปี 2050

ทั้งนี้ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) มุ่งหวังให้รายงานฉบับนี้เป็นฐานข้อมูลที่สะท้อนการดำเนินงานที่ครอบคลุมถึงประเด็นความเสมอภาคทางเพศและการมีส่วนร่วมของสังคม (Gender Equality and Social Inclusion: GESI) สส. จึงขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ร่วมตรวจสอบเนื้อหาและจัดส่งข้อคิดเห็น ตลอดจนเอกสารอ้างอิงสถิติต่าง ๆ หรือกรณีศึกษาในพื้นที่ เพิ่มเติมผ่านช่องทาง Google Form หรืออีเมล adapt.btr@gmail.com ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรายงานความก้าวหน้าด้านการปรับตัวฯ ของประเทศไทย

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”


Comments

No comments yet. Why don’t you start the discussion?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Are you human? Please solve:Captcha