
“ปูนซีเมนต์นครหลวง” ร่วมกับ “มูลนิธิกรุงศรี” เดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์ 17 ปี ภายใต้โครงการ “โรงเรียนสีเขียว” ส่งมอบอาคารเรียนเด็กเล็ก มูลค่าการก่อสร้าง 1 ล้านบาท ให้แก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนสุนทรเวช บ้านสะเน่พ่อง อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ภายใต้แนวทางของมูลนิธิภูบดินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ส่งเสริมโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทางการศึกษา พร้อมพัฒนาสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัย ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล ขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานของการพึ่งพาตนเอง

พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี และรองประธานคณะกรรมการมูลนิธิภูบดินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธีรับมอบและเปิดอาคารเรียนเด็กเล็ก โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนสุนทรเวช บ้านสะเน่พ่อง อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี โดยมี ดร.สุนีย์ ศรไชยธนะสุข ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยผู้แทนจากมูลนิธิกรุงศรีร่วมส่งมอบอาคารเรียนเด็กเล็ก ให้แก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนสุนทรเวช ภายใต้แนวทางการดำเนินงานของมูลนิธิภูบดินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล นอกจากนั้น ยังได้รับเกียรติจาก พลตำรวจตรี กัญชล อินทราราม รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และ นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เข้าร่วมในพิธี พร้อมกันนี้ทุกท่านยังร่วมกันปลูกต้นไม้เพื่อแสดงถึงสัญลักษณ์แห่งการเติบโต การสร้างรากฐานที่มั่นคง และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งสะท้อนถึงเจตนารมณ์ในการร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนไทย ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนสุนทรเวช บ้านสะเน่พ่อง อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี

ดร.สุนีย์ ศรไชยธนะสุข ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 17 ปี ภายใต้การดำเนินโครงการ “โรงเรียนสีเขียว” ในการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนไทยในพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาตนเองและชุมชนบนพื้นฐานของการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน โดยโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนสุนทรเวชเป็นหนึ่งในโรงเรียนที่บริษัทฯ ร่วมกับมูลนิธิกรุงศรี ให้การสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างอาคารเรียน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนไทย ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสในการเข้าถึงการเรียนรู้อย่างเท่าเทียม และเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยเอื้อต่อการเรียนรู้
ดร.สุนีย์ กล่าวว่า ปูนซีเมนต์นครหลวงได้สนับสนุนงบประมาณ จำนวน 500,000 บาท และมูลนิธิกรุงศรี โดยธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) จำนวน 500,000 บาท รวมเป็น 1 ล้านบาท เพื่อจัดสร้างอาคารเรียนเด็กเล็ก สะท้อนถึงพลังความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน และสอดคล้องกับแผนและเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของกลุ่มบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง ปี 2573 ที่มุ่งเน้น 5 ด้านหลัก ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและพลังงาน เศรษฐกิจหมุนเวียน ความหลากหลายทางชีวภาพและทรัพยากรน้ำ อาชีวอนามัยและความปลอดภัย และการสร้างความมีส่วนร่วมของชุมชนและกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย ภายใต้ค่านิยม “ห่วงใย…ใส่ใจอนาคต” จึงเป็นที่มาของการสนับสนุนในครั้งนี้ โดยบริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย เพื่อขับเคลื่อนให้ธุรกิจและสังคมเติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคงและยั่งยืน
นอกจากนั้น ปูนซีเมนต์นครหลวงได้สนับสนุนปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ “อินทรีเพชรพลัส” จำนวน 300 ตัน เพื่อใช้สำหรับการดำเนินการก่อสร้างถนนในพื้นที่ถิ่นทุรกันดารในพื้นที่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ในช่วงปี 2569-2571 ตามวัตถุประสงค์หลักของมูลนิธิภูบดินทร์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ส่งเสริมการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพและเอื้อต่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
ปูนซีเมนต์นครหลวง สนับสนุนการดำเนินงานภายใต้โครงการ “โรงเรียนสีเขียว” อย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลา 17 ปีที่ผ่านมา ได้ก่อสร้างและปรับปรุงอาคารเรียนไปแล้วกว่า 34 แห่ง โดยมีเด็กและเยาวชนรวมถึงชุมชนใกล้เคียงกว่า 75,000 คน ได้รับโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งการส่งมอบอาคารเด็กเล็กแห่งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ ปลอดภัย มั่นคงแข็งแรง และเอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพของเด็กอย่างรอบด้าน ซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน โดยปูนซีเมนต์นครหลวงยังคงมุ่งมั่นที่จะเติบโตเคียงข้างสังคมไทย ด้วยการอาศัยความเชี่ยวชาญและผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงของบริษัทฯ เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าการเติบโตทางธุรกิจและการพัฒนาทางสังคมจะดำเนินควบคู่กันอย่างมั่นคงและยั่งยืน





