BAM ส่งสัญญาณ ไตรมาส 2 ฟื้นต่อเนื่อง ผลเรียกเก็บและกำไรโต 16% และ 8% เร่ง NPL-NPA-JV AMC ขับเคลื่อนครึ่งปีหลัง


BAM สร้างผลเรียกเก็บในไตรมาส 2 ปี 69 มากถึง 3,513 ล้านบาท มีกำไรกว่า 234 ล้านบาท เติบโต 16% และ 8% ตามลำดับ ช่วยลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ได้มากขึ้นด้วยโครงการ “เริ่มต้นใหม่กับ BAM พร้อมวางกลยุทธ์ในการสร้างรายได้ทั้งด้าน NPL, NPA และ JV AMC ขับเคลื่อนครึ่งปีหลังสร้างผลงานสู่เป้าหมายที่วางไว้  
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 ว่า BAM สามารถสร้างผลเรียกเก็บได้ 3,513 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากไตรมาสแรกที่ทำได้ 3,026 ล้านบาท ส่งผลให้ผลเรียกเก็บรวมครึ่งปีแรกอยู่ที่ 6,539 ล้านบาท ด้านผลกำไรในไตรมาส 2 อยู่ที่ 234 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากไตรมาสแรกที่มีกำไร 217 ล้านบาท ทำให้ครึ่งปีแรก BAM มีกำไรรวม 451 ล้านบาท สะท้อนถึงความสามารถในการรักษาผลการดำเนินงานให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความผันผวนและความท้าทาย       ผ่านจุดเริ่มต้นของการสร้าง Resilient Business Model ที่ไม่ได้พึ่งพาผลเรียกเก็บรายใหญ่ แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างกระแสเงินสดจากธุรกิจปกติอย่างต่อเนื่องผ่าน TDR Factory การบริหาร NPA เชิงรุก การลงทุนซื้อหนี้แบบคัดเลือก และการใช้ JV AMC เป็นเครื่องยนต์ใหม่ของการเติบโต
BAM มุ่งฟื้นฟูสถานะทางการเงินของลูกหนี้ มากกว่าการเร่งรัดติดตามหนี้เพียงอย่างเดียว แต่เดินหน้าช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยผ่านโครงการ “เริ่มต้นใหม่กับ BAM” ภายใต้แนวคิด “ทางออกของหนี้ เพื่อชีวิตที่ไปต่อได้” โดยนำเสนอมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ที่ผ่อนปรนและสอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ของแต่ละราย ปัจจุบันโครงการสามารถสร้างยอดอนุมัติได้แล้ว 149 ล้านบาท ตอกย้ำว่าเป้าหมายของ BAM ที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการบริหารหนี้ แต่ยังรวมถึงการช่วยให้ลูกหนี้กลับมาตั้งหลักทางการเงินและเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคง
ด้านการบริหารจัดการ NPA  BAM ได้ขยายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจผ่านการจัดทำบันทึกข้อตกลงทางธุรกิจ (MOU) ภายใต้โครงการ “ทรัพย์มหาชน พลัส” เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยในราคาที่เหมาะสม ส่งผลให้สามารถจำหน่ายทรัพย์ได้สูงถึง 1,775 รายการ ขณะเดียวกัน BAM ยังเดินหน้ากลยุทธ์พันธมิตรทางธุรกิจ หรือ NPA Partnership ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขยายฐานธุรกิจและสร้างแหล่งรายได้ใหม่ โดยคัดสรรทรัพย์ NPA ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว อาคารพาณิชย์ คอนโดมิเนียม และที่ดินเปล่า เพื่อนำเสนอแก่พันธมิตรที่มีศักยภาพในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ช่วยเพิ่มมูลค่าและพลิก “ทรัพย์ร้าง” ให้กลายเป็น “ทรัพย์สร้างมูลค่า” พร้อมเร่งการหมุนเวียนสินทรัพย์กลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ

ในขณะที่ไตรมาส 2  BAM ได้รับเงินปันผล 30 ล้านบาท และรับรู้ส่วนแบ่งกําไร 28 ล้านบาท จาก ARI AMC และ ARUN AMC ตามลำดับ ซึ่งเป็นกลไกการเติบโตแบบ Asset-light ช่วยให้ BAM ขยายสินทรัพย์ภายใต้การบริหารโดยไม่ต้องลงทุนถือครองพอร์ตทั้งหมดเอง พร้อมสร้างผลตอบแทนจากส่วนแบ่งกําไรและเงินปันผล กระจายแหล่งรายได้ สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการเปลี่ยนพอร์ตหนี้รายย่อยจำนวนมากให้กลับมาสร้างกระแสเงินสด

ดร.รักษ์ฯ กล่าวอีกว่าในครึ่งหลังปี 2569 จะเร่งเครื่องยนต์รายได้ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ NPL, NPA และJV AMC ให้ทำงานพร้อมกัน เพื่อเพิ่มผลเรียกเก็บ กระจายกระแสเงินสด และยกระดับคุณภาพกําไร โดย NPL เร่ง TDR Factory, FA Center และโครงการ “เริ่มต้นใหม่กับ BAM” เพิ่มจำนวนลูกหนี้ที่ปรับโครงสร้างสำเร็จ เปลี่ยน NPL เป็น RPL และสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอ ขณะที่ NPA เร่งหมุนทรัพย์ด้วย “ทรัพย์มหาชน Plus”, BAM Premium และ NPA Partnerships พร้อมขยายช่องทางขายผ่าน MOU และการตลาดแบบเจาะกลุ่ม เพื่อสร้างรายได้จากการขายให้เร็วขึ้น ส่วน JV AMC จะขยายพอร์ต ARI AMC และ ARUN AMC พร้อมเดินหน้าความร่วมมือ Bilateral และ JV รายใหม่ ใช้โมเดล Asset-light เพิ่มรายได้จากส่วนแบ่งกําไรและเงินปันผล ซึ่งการขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์ดังกล่าวจะเป็นแรงสนับสนุนสำคัญให้ BAM สามารถสร้างผลการดำเนินงานได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ พร้อมสร้างการเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน


Comments

No comments yet. Why don’t you start the discussion?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Are you human? Please solve:Captcha