Chiang Mai Climate Action Day จุดประกายวิสัยทัศน์ “เศรษฐกิจใหม่” ผ่านพลังความร่วมมือของชุมชน


ภาคธุรกิจ ชุมชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลากหลายกลุ่มร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางด้านสภาพภูมิอากาศ เพื่อสร้างโอกาสที่ดีขึ้นทั้งด้านอาชีพ วัฒนธรรม และอนาคตของภาคเหนือ

Bangkok Climate Action Week (BKKCAW) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ TEDx Chiang Mai ร่วมจัดงาน Chiang Mai Climate Action Day เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ณ Weave Artisan Society จังหวัดเชียงใหม่ เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น นักสร้างสรรค์ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในภาคการท่องเที่ยว และภาคประชาสังคม ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางรับมือกับความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ภายใต้แนวคิด “เศรษฐกิจใหม่” หรือ “New Economy” ที่ตั้งอยู่บนรากฐานของความร่วมมือ ความคิดสร้างสรรค์ การปกป้องดูแลธรรมชาติ และพลังของชุมชน กิจกรรมตลอดทั้งวันได้เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมสำรวจแนวทางปฏิบัติด้านสภาพภูมิอากาศที่สามารถต่อยอดเป็นโอกาสใหม่ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต อนุรักษ์วัฒนธรรม และส่งเสริมการท่องเที่ยวในภาคเหนือของประเทศไทย

ลีโอ ฮอร์น-พัธโนทัย ผู้ก่อตั้ง JUTI และประธานร่วมคณะกรรมการอำนวยการ BKKCAW กล่าวว่า “Chiang Mai Climate Action Day แสดงให้เห็นว่า การดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เรื่องที่แยกขาดจากชีวิตประจำวันหรือความเป็นอยู่ที่ดีของคนในชุมชน เมื่อชุมชนร่วมมือกัน เราสามารถเปลี่ยนความท้าทายจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปให้เป็นโอกาสในการสร้างอาชีพที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น สร้างคุณค่าให้กับอัตลักษณ์ท้องถิ่น และพัฒนาเศรษฐกิจที่เกื้อหนุนทั้งผู้คนและสิ่งแวดล้อม”

ภายในงานมีทั้งเวทีเสวนาและกิจกรรมสร้างสรรค์ที่จัดขึ้นทั่วพื้นที่ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมเรียนรู้และมีส่วนร่วมกับประเด็นด้านสภาพภูมิอากาศผ่านบอร์ดเกม ดนตรีสด งานศิลปะ และตลาดสีเขียว (Green Market) ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเป็นพื้นที่ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นได้นำเสนอสินค้าและเชื่อมต่อกับผู้บริโภค

กิจกรรมภายในงานสะท้อนให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังส่งผลกระทบต่อชุมชนและภาคธุรกิจไทยอยู่แล้วในปัจจุบัน ขณะเดียวกันก็ชี้ให้เห็นว่าแนวทางแก้ไขสามารถเกิดขึ้นได้จากการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การนำนวัตกรรมท้องถิ่นมาปรับใช้ และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

วัชรายุธ์ กัววงศ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ กล่าวว่า “ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมไม่ใช่หน้าที่ของภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนต้องมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว การค้า หรือวัฒนธรรม อุตสาหกรรมการจัดงานและการท่องเที่ยวควรคำนึงถึงการใช้ทรัพยากร การจัดการของเสีย และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างเช่น การปล่อยโคมลอยในช่วงเทศกาลต่าง ๆ เราพิจารณาถึงการปล่อยคาร์บอน รวมถึงการจัดเก็บและจัดการขยะที่เกิดขึ้นภายหลัง สิ่งแวดล้อมเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและชุมชนของเชียงใหม่ และเราจำเป็นต้องสร้างการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการจัดงานให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อให้สามารถเติบโตควบคู่ไปกับความรับผิดชอบและความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมได้”

มาร์ติน เฟ็นสกี้-สตาล์ลิ่ง นักกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน วิทยากรกระบวนการ และผู้ได้รับสิทธิ์จัด TEDx เชียงใหม่ กล่าวว่า “เชียงใหม่มีความผูกพันกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด และธรรมชาติก็เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวันของผู้คนในพื้นที่ นอกจากนี้ เชียงใหม่ยังมีความหลากหลาย ทั้งในด้านการเกษตรและการท่องเที่ยวที่อาศัยทรัพยากรธรรมชาติเป็นฐานสำคัญ อย่างไรก็ตาม เมื่อเราพูดถึงสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ นโยบายการพัฒนาในบางครั้งอาจยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมมากเพียงพอ เราจำเป็นต้องร่วมมือกันำมากกว่านี้ เพื่อให้เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม สามารถก้าวไปข้างหน้าและเติบโตไปด้วยกันได้”

Chiang Mai Climate Action Day เป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายการมีส่วนร่วมด้านสภาพภูมิอากาศไปสู่พื้นที่นอกกรุงเทพฯ และสนับสนุนการขับเคลื่อนแนวทางรับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศโดยคนในพื้นที่ โดยเปิดโอกาสให้ผู้คนจากหลากหลายภาคส่วนได้มาร่วมแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และสร้างความร่วมมือ เพื่อร่วมกันออกแบบอนาคตที่ยั่งยืนและครอบคลุมมากขึ้นสำหรับภาคเหนือของประเทศไทย


Comments

No comments yet. Why don’t you start the discussion?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Are you human? Please solve:Captcha