
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) สั่งการกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) หรือ กรมลดโลกร้อน ขับเคลื่อนมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งเห็นชอบการต่ออายุบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MoU) กับสถาบันเพื่อการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโลก (Global Green Growth Institute: GGGI) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวของไทย เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569
ในการนี้ รมว.ทส. มอบหมายให้ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมการประชุม Global Green Growth Summit 2026 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี และเป็นผู้ลงนามต่ออายุบันทึกความเข้าใจฯ ร่วมกับ นายซัง ฮยอบ คิม (Mr. Sang-Hyup Kim) ผู้อำนวยการบริหารสถาบัน GGGI พร้อมทั้งเข้าร่วมเสวนากับผู้แทนระดับสูงของสาธารณรัฐเกาหลี สหราชอาณาจักร ตลอดจนผู้แทนสถาบันการเงินชั้นนำของสหภาพยุโรป ในหัวข้อ “Reinventing Global Cooperation in a Fragmented World” โดยได้แสดงวิสัยทัศน์และแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการพัฒนาตลาดคาร์บอนระหว่างประเทศตามข้อ 6 ความตกลงปารีส (Article 6) ในฐานะประเทศแรกของโลกที่ดำเนินการสำเร็จร่วมกับสวิตเซอร์แลนด์ รวมทั้งชี้ให้เห็นถึงการเป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียนที่จะส่งเสริมให้เกิดการลงทุนการเงินเพื่อคาร์บอน (carbon finance) และโอกาสขยายผลไปสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ภายใต้กรอบแนวคิด High-Integrity ASEAN Carbon Initiative (HACI) ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน เมื่อปี พ.ศ. 2568 ให้ร่วมกันผลักดันมาตรฐานคาร์บอนเครดิต Premium T-VER ของไทย เป็นพื้นฐานพัฒนามาตรฐานกลางของอาเซียน และนำไปสู่การเข้าถึงแหล่งเงินทุน รวมถึงขยายตลาดคาร์บอนเครดิตของอาเซียนสู่ระดับโลก
นอกจากนี้ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช ได้ร่วมหารือทวิภาคี (bilateral) กับผู้แทน กองทุน Children’s Investment Fund Foundation (CIFF) ซึ่งเป็นหนึ่งในมูลนิธิเอกชนรายใหญ่ที่สุดในโลกจากสหราชอาณาจักรที่มีบทบาทหลักเป็นผู้ให้ทุน GGGI นำมาใช้สนับสนุนไทย และประเทศที่เกี่ยวข้องพัฒนาตลาดคาร์บอนในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกระดับชาติ (NDC) และพัฒนาระบบซื้อขายสิทธิ์ในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ETS) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ CIFF ได้ชื่นชมแนวคิดและการดำเนินงานของไทยที่ผ่านมา และ ยินดีที่จะสนับสนุนให้การดำเนินงานของโครงการ HACI มีความต่อเนื่องและนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจสีเขียวได้ในระยะยาวต่อไป
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”




