
กระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ร่วมกับสมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รับจ้างสาธารณะ และบริษัท โบลท์ ซัพพอร์ต เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Bolt พิธีมอบวุฒิบัตรและเครื่องมือสนับสนุนการประกอบอาชีพแก่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะ ไรเดอร์ และสมาชิกในครอบครัว จำนวน 59 คน ที่สำเร็จการฝึกอบรมภายใต้โครงการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานสำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะ ไรเดอร์ และสมาชิกในครอบครัว
พิธีดังกล่าวได้รับเกียรติจาก นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) เป็นประธาน พร้อมด้วย นายสมชาติ สุภารี รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ผู้แทนสมาคมผู้ขับขี่ และผู้บริหารจาก Bolt และ AJ ร่วมแสดงความยินดีกับผู้สำเร็จการฝึกอบรม ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

โครงการมุ่งส่งเสริมให้ผู้ขับขี่และสมาชิกในครอบครัวเข้าถึงทักษะที่สามารถนำไปใช้ได้จริง และเพิ่มทางเลือกในการประกอบอาชีพ ผ่าน 3 หลักสูตร ได้แก่ การบำรุงรักษารถจักรยานยนต์ระบบไฟฟ้า การติดตั้งและการประกอบธุรกิจโซลาร์เซลล์ และผู้ประกอบการธุรกิจเครื่องดื่ม ซึ่งครอบคลุมทักษะด้านยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และการประกอบธุรกิจขนาดเล็ก อันสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ตลาดแรงงาน และรูปแบบการสร้างรายได้ในปัจจุบัน
นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) กล่าวว่า “โลกของการทำงานเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากเทคโนโลยี พลังงาน รูปแบบธุรกิจ และลักษณะการประกอบอาชีพ กระทรวงแรงงานจึงมุ่งพัฒนาศักยภาพกำลังแรงงานทุกช่วงวัย ให้มีทักษะที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง สามารถปรับตัวเข้ากับโลกการทำงานยุคใหม่ และสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง”
“สิ่งสำคัญของการพัฒนาทักษะไม่ใช่เพียงจำนวนผู้ผ่านการฝึกอบรม แต่คือการที่ประชาชนสามารถนำความรู้ไปใช้ได้จริง ทั้งเพื่อเพิ่มโอกาสในการทำงาน สร้างอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนทำงานและครอบครัวอย่างเป็นรูปธรรม” นายพิพัฒน์ชัยกล่าว
นายสมชาติ สุภารี รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า “กรมพัฒนาฝีมือแรงงานให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน และขยายโอกาสการเรียนรู้ให้แก่ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้ขับขี่รถรับจ้างสาธารณะ รวมถึงสมาชิกในครอบครัว การฝึกอบรมทั้ง 3 หลักสูตรครั้งนี้มุ่งเน้นทักษะที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ทั้งด้านยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และการประกอบธุรกิจขนาดเล็ก”
“ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายอาชีพครั้งนี้ ช่วยเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครื่องมือที่จำเป็นเข้ากับชีวิตจริงของคนทำงาน เพื่อให้ผู้ผ่านการฝึกอบรมสามารถนำทักษะไปต่อยอดเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพเสริม สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเอง ครอบครัว และชุมชนได้อย่างยั่งยืน” นายสมชาติกล่าว
นายกสมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รับจ้างสาธารณะ กล่าวว่า “ผู้ขับขี่รถรับจ้างสาธารณะและไรเดอร์เป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในขณะเดียวกันยังต้องรับผิดชอบต่อรายได้และความเป็นอยู่ของครอบครัว สมาคมฯ เชื่อว่าการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ขับขี่ต้องเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่และครอบครัวได้เรียนรู้ทักษะใหม่ มีทางเลือกในการประกอบอาชีพที่หลากหลายขึ้น โครงการนี้ไม่ได้มอบเพียงความรู้ แต่ยังสร้างความมั่นใจและสนับสนุนเครื่องมือที่จำเป็น เพื่อให้ผู้ผ่านการฝึกอบรมสามารถนำทักษะไปต่อยอดได้จริง ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการสร้างโอกาสให้แก่ชุมชนผู้ขับขี่อย่างเป็นรูปธรรม”
ด้าน ตัวแทนจาก โบลท์ (Bolt) ประเทศไทย กล่าวว่า “Bolt เชื่อว่าผู้ขับขี่ไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม แต่ยังเป็นคนทำงานและสมาชิกสำคัญของครอบครัวและชุมชน เบื้องหลังการเดินทางแต่ละเที่ยวคือความตั้งใจในการสร้างรายได้ ดูแลคนที่รัก และสร้างอนาคตที่ดียิ่งขึ้น เราจึงมองว่าการสนับสนุนผู้ขับขี่อย่างยั่งยืนไม่ควรจำกัดอยู่เพียงโอกาสในการสร้างรายได้จากแพลตฟอร์ม แต่ควรรวมถึงการเข้าถึงความรู้ ทักษะ และเครื่องมือที่ช่วยต่อยอดอาชีพ ลดต้นทุน และสร้างทางเลือกใหม่ในการหารายได้ Bolt ภูมิใจที่ได้สนับสนุนความร่วมมือครั้งนี้ และหวังว่าทักษะที่ผู้เข้าร่วมได้รับจะเป็นอีกหนึ่งฐานสำคัญในการสร้างความมั่นคงให้แก่ผู้ขับขี่ ครอบครัว และชุมชนในระยะยาว”
ในการนี้ Bolt ได้สนับสนุนชุดอุปกรณ์เพื่อการฝึกฝนและต่อยอดทักษะอาชีพ จำนวน 59 ชุด ประกอบด้วยชุดอุปกรณ์บำรุงรักษารถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 19 ชุด ชุดอุปกรณ์ติดตั้งโซลาร์เซลล์ 19 ชุด และชุดอุปกรณ์ประกอบธุรกิจเครื่องดื่ม 21 ชุด พร้อมสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจกรรม รวมมูลค่า 100,000 บาท เพื่อให้ผู้สำเร็จการฝึกอบรมสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม
ความสำเร็จของผู้ผ่านการฝึกอบรมทั้ง 59 คนสะท้อนถึงพลังของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายผู้ขับขี่ในการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ต่อยอดทักษะสู่การประกอบอาชีพ และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้แก่ครัวเรือน โดยพันธมิตรที่เกี่ยวข้องจะเดินหน้าศึกษาแนวทางขยายการเข้าถึงการสนับสนุนโอกาสทางอาชีพ เพื่อให้ผู้ขับขี่และครอบครัวสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและต่อยอดศักยภาพของตนเองได้อย่างต่อเนื่องต่อไป
