
กสิกรไทยเผยความสำเร็จในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 3+1 & P และกลยุทธ์ลูกค้าเป็นศูนย์กลางควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบด้าน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและต่อยอดความเป็นผู้นำในธุรกิจหลัก ผ่านโซลูชันทางการเงินและบริการที่ตอบโจทย์จากความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง ครองตำแหน่งผู้นำด้านดิจิทัลแบงก์กิ้ง ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าในการใช้บริการกับธนาคารกสิกรไทย ทั้งในกลุ่มลูกค้าบุคคลและผู้ประกอบการ พร้อมเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมการชำระเงิน บริการธุรกรรมครบวงจร และโซลูชันเฉพาะอุตสาหกรรม ผสานศักยภาพของบุคลากรกับเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน สร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้า เสริมแกร่งการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว
เป้าหมายไม่ใช่เพียงการเติ
นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ท่ามกลางบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เป้าหมายของธนาคารกสิกรไทยไม่ใช่เพียงการเติบโตทางธุรกิจ แต่คือการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนไปพร้อมกับลูกค้า โดยความสำเร็จจากการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 3+1 & P และกลยุทธ์ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับการดูแลลูกค้า เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัยและรอบด้าน เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของธนาคารในระยะยาว
การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคตต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในรูปแบบ Team Thailand เพื่อยกระดับผลิตภาพและขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมเร่งปรับตัวด้วยเทคโนโลยีและการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ธนาคารกสิกรไทยในฐานะสถาบันการเงินชั้นนำพร้อมเคียงข้างและสนับสนุนลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มให้สามารถปรับตัว รับมือความท้าทาย คว้าโอกาสใหม่ และเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน
ยุทธศาสตร์ 3+1 & P การยกระดับประสิทธิภาพการดำเนิ
ทั้งนี้ K-Strategy (ยุทธศาสตร์ 3+1 & P) ประกอบด้วย การยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพด้านสินเชื่อ การขยายธุรกิจรายได้ค่าธรรมเนียม ผ่านการให้บริการด้าน Wealth และการชำระเงิน การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับช่องทางต่างๆ การสร้างแหล่งรายได้ใหม่ในระยะกลางและระยะยาว การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
ดูแลลูกค้าทุกมิติของชีวิตและธุ
ดร.พิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า บริบทการแข่งขันของธุรกิจการเงินในปัจจุบันได้ก้าวข้ามจากการแข่งขันด้านผลิตภัณฑ์ ไปสู่การแข่งขันด้านความเข้าใจลูกค้า คุณภาพของคำแนะนำ และการสร้างความสัมพันธ์บนความไว้วางใจในระยะยาว ธนาคารกสิกรไทยจึงมุ่งผสานศักยภาพของบุคลากร เข้ากับเทคโนโลยี ข้อมูล และ AI เพื่อส่งมอบโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด ปลอดภัย และสร้างคุณค่าอย่างแท้จริง
ในการจ้างงานของประเทศไทย กว่า 70% มาจากการจ้างงานโดยธุรกิจผู้ประกอบการซึ่งเป็นหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยธนาคารมุ่งเป็นที่ปรึกษาที่ไว้วางใจ (Trusted Advisor) เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางการแข่งขันและความท้าทายต่างๆ ด้วยความเข้าใจธุรกิจของลูกค้าอย่างรอบด้าน พร้อมนำเสนอโซลูชันที่ครอบคลุมทั้งบริการทางการเงินและบริการที่มากกว่าการเงิน ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของแต่ละธุรกิจ ตั้งแต่โซลูชันการชำระเงินแบบครบวงจร โซลูชันเฉพาะอุตสาหกรรม ไปจนถึงการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจและการพัฒนาองค์ความรู้ผ่านหลักสูตรต่างๆ อาทิ K SME Care ที่ดำเนินการต่อเนื่องเป็นรุ่นที่ 27
นอกจากนี้ ธนาคารได้ยกระดับธุรกิจ Wealth สู่การเป็น “Lifelong Wealth Partnership” ที่ดูแลลูกค้าทุกกลุ่มในทุกช่วงชีวิต ตั้งแต่การสร้าง ปกป้อง ไปจนถึงการส่งต่อความมั่งคั่ง โดยมีฐานลูกค้า Wealth ขยายตัว 16% และสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการกองทุนรวม (Mutual Fund AUM) เพิ่มขึ้น 8% พร้อมเดินหน้ายกระดับประสบการณ์ลูกค้า ผ่านการผสานศักยภาพของบุคลากรเข้ากับเทคโนโลยี ข้อมูล และ AI เพื่อส่งมอบบริการที่ตอบโจทย์ได้ตรงความต้องการ อีกทั้งให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นในยุคการชำระเงิ
ในการใช้เทคโนโลยีและ AI ธนาคารมองว่า AI ไม่ได้เข้ามาแทนที่คน หากแต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมศักยภาพบุคลากร เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างนวัตกรรมบริการรูปแบบใหม่ ขณะที่ความไว้วางใจ ความเข้าใจลูกค้า และความสัมพันธ์ระหว่างคน ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการให้บริการทางการเงินในอนาคต
หนุนธุรกิจคว้าโอกาสจากคลื่
นายจงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น แม้การเติบโตยังไม่ทั่วถึงและยังเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ โดยทิศทางค่าเงินบาทและนโยบายการเงินยังได้รับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลก อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มอยู่ในระดับที่เอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ยังเปราะบางในบางภาคส่วน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา คือ วัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ โดยเฉพาะการลงทุนจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และพลังงานสะอาด ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะต่อไป
ท่ามกลางบริบทดังกล่าว ตั้งแต่ต้นปี สินเชื่อธุรกิจลูกค้าบรรษัท ขยายตัวประมาณ 7% ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตสินเชื่อธนาคาร โดยธนาคารมุ่งสนับสนุนการเติบโตของภาคธุรกิจอย่างมีคุณภาพ คัดเลือกโอกาสทางธุรกิจที่เหมาะสมกับความเสี่ยงและให้ผลตอบแทนอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการดูแลคุณภาพสินทรัพย์และการบริหารพอร์ตสินเชื่ออย่างมีวินัย มุ่งเน้นอุตสาหกรรมเป้าหมายตามนโยบายภาครัฐ ธุรกิจที่เชื่อมโยงกับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และโอกาสด้านความยั่งยืน โดยเฉพาะธุรกิจ Data Center ซึ่งสามารถสร้างโอกาสต่อเนื่องไปยัง Ecosystem ที่เกี่ยวข้อง เช่น นิคมอุตสาหกรรม ธุรกิจก่อสร้าง อุปกรณ์ไฟฟ้า ระบบทำความเย็น และ Network Connectivity ซึ่งธนาคารพร้อมสนับสนุนด้วยโซลูชันทางการเงิน นวัตกรรมการชำระเงิน และบริการธุรกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการภาคธุรกิจตรงจุดครบวงจร เชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ เสริมศักยภาพการแข่งขันและสนับสนุนให้ลูกค้าก้าวผ่านความท้าทายและเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
ขณะเดียวกัน ธนาคารยังคงให้ความสำคัญกับการบ
เสริมแกร่งตอบโจทย์ทุกจังหวะชี
นายรุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ท่ามกลางการแข่งขันในภาคการเงินที่เข้มข้นต่อเนื่อง และการเกิดขึ้นของ Virtual Bank ซึ่งเพิ่มทางเลือกและยกระดับประสบการณ์ทางการเงินให้แก่ลูกค้า ธนาคารกสิกรไทยมุ่งสร้างความแตกต่างด้วยความเข้าใจความต้องการของกลุ่มลูกค้าบุ
ธนาคารมุ่งเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของลูกค้า พร้อมกับการตอบโจทย์เป้าหมายทางการเงินของลูกค้าในระยะยาว สนับสนุนลูกค้าในช่วงสำคัญของชีวิตด้วยโซลูชันทางการเงินที่รองรับทุกช่วงวัย ด้วยบริการที่ช่วยให้การทำธุรกรรมและการใช้จ่ายเป็นเรื่องง่าย พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่สอดคล้องไลฟ์สไตล์และความต้องการเฉพาะบุคคล ตลอดจนการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและมีคุณภาพ รักษาและต่อยอดความสัมพันธ์กับลูกค้าปัจจุบันที่มีศักยภาพ และปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ อาทิ การพัฒนาบัตรเครดิตให้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเป้าหมายตรงจุดยิ่งขึ้น คัดสรรสิทธิประโยชน์และวางแผนการตลาดให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม เน้นการใช้จ่ายที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน โดยสามารถรักษาความเป็นผู้นำในตลาดบัตรเดรดิตอันดับ 1 ด้านยอดใช้จ่ายผ่านบัตร ด้วยส่วนแบ่งตลาด 19% การเติบโตสินเชื่อบ้านในกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการขายและบริการ รวมถึงสามารถแจ้งความประสงค์ขอสินเชื่อบ้านผ่านช่องทาง K PLUS ที่สะดวกและรวดเร็ว และหากมีบัญชีเงินเดือนกับธนาคารจะสามารถทราบผลสินเชื่อบ้านเบื้องต้นภายใน 15 นาที การขยายโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อผ่าน LINE BK เพื่อให้ลูกค้ากลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงินสามารถเข้าถึงสินเชื่อที่เหมาะสมกับความต้องการและความสามารถในการชำระหนี้ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือลูกค้าอย่างตรงจุดตามแนวทางมาตรการภาครัฐและธนาคาร โดยคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ
อีกทั้ง ธนาคารยังได้ขยายสินเชื่อ ESG เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยธนาคารมองว่าความยั่งยืน (Sustainability) ไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นปัจจัยสำคัญต่อขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตของธุรกิจในอนาคต ทั้งการเข้าถึงตลาด แหล่งเงินทุน และโอกาสทางธุรกิจใหม่ ท่ามกลางกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้น ธนาคารมุ่งเป็นพันธมิตรสนับสนุนลูกค้าเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero อย่างครบวงจร ทั้งการสนับสนุนทางการเงิน การให้คำปรึกษา ตลอดจน Carbon Accounting Solutions ผ่าน KClimate 1.5 ควบคู่กับการเสริมสร้างองค์ความรู้และพัฒนาผู้นำด้านความยั่งยืนผ่านหลักสูตรอบรมผู้บริหารระดับสูงด้านความยั่งยืน (Net Zero CEO) เพื่อช่วยให้ลูกค้าปรับตัว คว้าโอกาสใหม่ ยกระดับศักยภาพธุรกิจ และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยปัจจุบันธนาคารมีสินเชื่อและการลงทุนเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Finance and Investment) สะสมกว่า 2.53 แสนล้านบาท และมุ่งสู่เป้าหมาย 4–5 แสนล้านบาทภายในปี 2573
นอกจากนี้ ธนาคารยังมุ่งสร้างความสัมพันธ์กับทั้งลูกค้าไทยและธุรกิจท้องถิ่นที่มีศักยภาพ และเชื่อมโยงตลาดต่างๆ ให้เป็น Regional Financial Ecosystem โดยธนาคารมีบทบาทเป็น Regional Growth Partner ที่สนับสนุนลูกค้าตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจในไทยจนขยายสู่ภูมิภาค พร้อมสร้างฐานลูกค้าท้องถิ่นที่แข็งแกร่งบนหลักการเติบโตอย่างมีคุณภาพ มีความสามารถในการทำกำไร และบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
นางสาวขัตติยา กล่าวตอนท้ายว่า ความสำเร็จของธนาคารไม่ได้วัดจากผลการดำเนินงานในระยะสั้นเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความสามารถในการสร้างคุณค่าและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ธนาคารจึงมุ่งมั่นรักษาความแข็งแกร่งทางการเงิน ดำเนินธุรกิจอย่างมีวินัย สร้างผลตอบแทนที่มั่นคง และต่อยอดความเป็นผู้นำในธุรกิจที่มีศักยภาพ ควบคู่กับการยกระดับขีดความสามารถทั้งด้านดิจิทัล เทคโนโลยี และบุคลากร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความคล่องตัว และความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง โดยมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างคุณค่าที่มีความหมายแก่ลูกค้า ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตไปข้างหน้าด้วยกันอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน
