Garnier และ กทม. ชวนทุกคนมาเพิ่มพื้นที่สีเขียว ยกความกรีนมาไว้กลางใจเมือง ผ่านประสบการณ์อินเตอร์แอคทีฟรูปแบบใหม่ “Hop into the Greeniverse ก้าวสู่จักรวาลสีเขียวที่ทุกคนสร้างได้” ระหว่าง 10-16 พ.ค. 67 ณ ลานใบบัว สกายวอล์ค สี่แยกปทุมวัน


การ์นิเย่ แบรนด์สกินแคร์ชั้นนำระดับโลกด้านความงามจากธรรมชาติ จับมือกับ กรุงเทพมหานคร เพิ่มพื้นที่สีเขียวใจกลางกรุง กับ ครั้งแรกของสวนลอยฟ้า ระหว่างวันที่ 10 – 16 พฤษภาคม 2567 ณ ลานใบบัว สกายวอล์ค สี่แยกปทุมวัน (ลานทางเชื่อม MBK – สยามดิสคัฟเวอรี) ที่งาน Garnier Green Beauty: Hop into the Greeniverse ก้าวสู่จักรวาลสีเขียวที่ทุกคนสร้างได้ เพื่อชวนทุกคนตระหนักรักษ์สิ่งแวดล้อม สัมผัสธรรมชาติผ่านประสบการณ์อินเตอร์แอคทีฟ (Nature with Immersive Experience) และเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสร้างพันธกิจกรีนบิวตี้ สวยใส่ใจโลกไปด้วยกัน โดยมีสื่อมวลชน แขกผู้มีเกียรติ และอินฟลูเอนเซอร์ มาร่วมในงานเปิดงานนี้มากมาย

จากการสำรวจกลุ่มผู้บริโภคจำนวน 20,000 คน พบว่า 79% ต้องการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่มีเพียง 4% เท่านั้น ที่สามารถใช้ชีวิตในแต่ละวันเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมได้สำเร็จ นั่นเพราะคนส่วนใหญ่เห็นว่าการรักษ์โลกได้จริง เป็นเรื่องที่ดูยุ่งยากและมีราคาแพง การ์นิเย่ได้เล็งเห็นความสำคัญของการรักษาสิ่งแวดล้อมและเชื่อในการนำวิทยาศาสตร์เพื่อสิ่งแวดล้อมมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ จึงได้ผลักดันโครงการ “Garnier Green Beauty สวยใส่ใจโลก” อย่างต่อเนื่องด้วยการเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมเป็น Greener  (ผู้ร่วมรักษ์และใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม) ในแบบที่เข้าถึงและเข้าใจได้ง่ายขึ้น และต่อยอดทุกความสวยสู่นิยามใหม่ “สวยใส่ใจโลก” ผ่านแนวคิดของการรักษ์โลก 2 แนวคิด ดังนี้

  1. Choose Greener: วิธีการที่ง่ายที่สุด ที่จะร่วมเป็น Greener หรือผู้ที่รักษ์และใส่ใจในสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มต้นที่ตัวเราเองเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การคัดแยก และรีไซเคิลขยะ รวมทั้งการเลือกใช้สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ทั้งนี้ การ์นิเย่ ก็ได้นำแนวคิด Garnier Green Sciences ศาสตร์ของการรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ของการ์นิเย่ในทุกๆ ขั้นตอน เพื่อให้ส่งผลกระทบต่อโลกน้อยที่สุด ตั้งแต่ส่วนผสม ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ที่รีไซเคิลได้ และนำเสนอผลิตภัณฑ์ต่อผู้บริโภคในราคาที่เข้าถึงได้ เพื่อหวังว่าทุกคนจะสามารถใช้ชีวิตแบบกรีนได้ง่ายขึ้นนั่นเอง
  • Live Greener: ใช้ชีวิตท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่ดี เต็มไปด้วยสีเขียวของต้นไม้และความเป็นธรรมชาติ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตได้ทั้งทางร่างกายและจิตใจ การ์นิเย่ จึงมีความตั้งใจที่จะเพิ่มพื้นที่สาธารณะสีเขียว ให้เป็นปอดเล็กๆ ของคนกรุง สำหรับพักผ่อนและทำกิจกรรมต่างๆ จึงได้ร่วมสนับสนุนการเพิ่มจำนวนสวนสาธารณะภายในกรุงเทพฯ ภายใต้นโยบาย “สวน 15 นาที” โดยเริ่มต้นจากการจัดนิทรรศการสวนลอยฟ้า “Garnier Green Beauty: Hop into the Greeniverse ก้าวสู่จักรวาลสีเขียวที่ทุกคนสร้างได้”

คุณสุมิตา อัครโรจน์กิจ – ผู้จัดการทั่วไปแบรนด์การ์นิเย่ กล่าวว่า ทุกวันนี้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ถูกละเลยมายาวนาน เริ่มส่งผลกระทบกลับคืนมายังพวกเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่ใกล้ตัวเราที่สุดเห็นจะไม่พ้นสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นมากผิดปกติในปีนี้ รวมทั้งภัยพิบัติในต่างประเทศที่รุนแรงมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ดังนั้น การ์นิเย่ ในฐานะแบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย จึงได้จัดทำโครงการ “Garnier Green Beauty สวยใส่ใจโลก” อย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 4 ปีแล้ว เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้ชีวิตของเรา การ์นิเย่จึงอยากมีส่วนช่วยให้ทุกคน ใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ด้วย 2 แนวคิดง่ายๆ ได้แก่ “Choose Greener” การ์นิเย่สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ความงามที่ส่วนผสมและบรรจุภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นตัวเลือกสีเขียวให้กับผู้บริโภค และ “Live Greener” ด้วยการสร้างธรรมชาติสีเขียวขึ้นรอบตัวเรา ซึ่งการ์นิเย่ ได้ร่วมมือกับ กรุงเทพมหานคร เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ใจกลางกรุง ให้เป็นสวนลอยฟ้านี้ หวังเป็นส่วนหนึ่งให้คนกรุงเทพได้ใกล้ชิดธรรมชาติได้มากขึ้น นอกจากนี้ ต้นไม้ไม้ดอก และไม้ประดับ กว่า 18,000 ต้น และเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมด จะส่งมอบให้กรุงเทพมหานคร เพื่อสนับสนุนโครงการ “สวน 15 นาที” พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการพัฒนาพื้นที่สวนสาธารณะในอนาคตต่อไปอีกด้วย

รองศาสตราจารย์ ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ แบรนด์ชั้นนำอย่าง การ์นิเย่ ได้ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่พวกเราต้องเผชิญกับผลกระทบในทุกวันนี้ และอยากมีส่วนร่วมในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประชาชน ซึ่งทางกรุงเทพมหานครเอง ได้มีนโยบายสวน 15  นาทีทั่วกรุงเทพฯ โดยมีเป้าหมายภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนรวมถึงประชาชน เพื่อให้เป็นรูปธรรม มีความยั่งยืน และเป็นไปตามความต้องการใช้งานของชุมชนและลักษณะของพื้นที่ ตั้งเป้าให้มีสวน 15 นาที เพิ่มขึ้นจำนวน 500 แห่ง ภายในปี 2569 จึงเป็นโอกาสดีที่ภาครัฐและเอกชนจะได้ร่วมมือกันทำให้กรุงเทพมีพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้น สิ่งแวดล้อมที่พวกเราอาศัยก็จะดีขึ้นนั่นเอง

นิทรรศการสวนลอยฟ้า “Garnier Green Beauty: Hop into the Greeniverse ก้าวสู่จักรวาลสีเขียวที่ทุกคนสร้างได้” จะพาผู้ชมไปพบกับความกรีน 5 โซนที่ใครๆ ก็สามารถร่วมเป็น Greener ได้ง่ายๆ ใกล้ตัว ได้แก่

  • โซนแรก Oasis Zone ได้แรงบันดาลใจจากระบบนิเวศและแหล่งน้ำ ชวนให้ตระหนักว่าพืชและสีเขียวของผืนป่า คือส่วนสำคัญที่ทำให้ระบบนิเวศสมบูรณ์แบบ ซึ่งการ์นิเย่เองก็ให้ความสำคัญกับเรื่องของน้ำ จึงได้มีการพัฒนาระบบน้ำในโรงงานและแหล่งผลิต โดยสามารถลดการใช้น้ำในกระบวนการผลิตได้ถึง 55%
  • โซนที่สอง Green Air เรื่องราวของคุณภาพอากาศในเมือง เพื่อชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของพื้นที่สีเขียว เพราะเพียงคนกรุงเทพปลูกต้นไม้คนละ 1 ต้น ก็สามารถสร้างอากาศสะอาดได้ถึง 9 – 15 กิโลกรัมต่อปี ที่ผ่านมา การ์นิเย่ พยายามลดการปล่อยก๊าซ CO2 ไปสู่ชั้นบรรยากาศให้ได้มากที่สุด รวมถึงเน้นการใช้พลังงานสะอาด และพลังงานหมุนเวียนในกระบวนการผลิต โดยมีเป้าหมายที่จะใช้พลังหมุนเวียน 100% ภายในปี 2025
  • โซนที่สาม Ecological Diversity ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ เชื่อมโยงถึงกัน และต้องพึ่งพาอาศัยกันไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ดังนั้นสิ่งมีชีวิตทุกชนิดคือส่วนหนึ่งที่จะร่วมกันทำให้ระบบนิเวศน์สมบูรณ์  ทุกผลิตภัณฑ์ของการ์นิเย่ มุ่งจัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืนให้มากที่สุด นอกจากนี้ ทุกผลิตภัณฑ์ของการ์นิเย่ไม่มีการทดลองในสัตว์ และ 99% ของส่วนผสมเป็นวัตถุดิบวีแกน
  • โซนที่สี่ Edible Haven เชิญชวนให้ทุกคนมาเป็น Greener รักษ์และใส่ในสิ่งแวดล้อมไปด้วยกันกับ        การ์นิเย่ ด้วยเชื่อว่าทุกคนสามารถร่วมพัฒนาและสร้างความยั่งยืนให้สิ่งแวดล้อมได้ จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาการทุกชุมชนผู้ผลิต โดยการ์นิเย่ ได้พัฒนาชุมชนของผู้ผลิตของเราให้สามารถสร้างครอบครัว ชุมชนและ แหล่งผลิตที่ยั่งยืนกว่า 1,500 ชุมชมทั่วโลก
  • โซนที่ห้า Wellness Retreat สร้างสรรค์สวนสาธารณะขนาดย่อมให้ผู้ชมและผู้สัญจรได้พักผ่อนหย่อนใจ ไปพร้อมกับการรับรู้ในความสำคัญของต้นไม้และพื้นที่สีเขียวที่ควรปกป้องอย่างยั่งยืนด้วยการ 1. สร้างและปกป้องพื้นที่เขียวในเมืองให้มากที่สุด 2. ส่งเสริมการใช้ชีวิตที่ไม่ส่งผลกระทบของสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นให้มากที่สุด

ในยามค่ำ การ์นิเย่ ได้เปลี่ยนพื้นที่จัดงาน ให้กลายเป็นประสบการณ์อินเตอร์แอคทีฟ (Nature with Immersive Experience) ตระการตา ผู้ชมยังสามารถแบ่งปันประสบการณ์ Greener ให้กับเพื่อนๆ ผ่านภาพถ่ายจากหลากหลายจุดถ่ายภาพสวยๆ ที่เตรียมไว้ และยังร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “Garnier Green Beauty สวยใส่ใจโลก” ผ่านกิจกรรมอินเตอร์แอคทีฟสร้าง Green Commitment – พันธกิจรักษ์โลก และ ยังสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างพื้นที่สีเขียว โดยการเลือกพื้นที่เขตในกรุงเทพฯ ที่คุณอยากให้การ์นิเย่นำต้นไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ และเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดส่งมอบต่อ เพื่อสนับสนุนโครงการ “สวน 15 นาที” ในกรุงเทพฯ และ โครงการพัฒนาพื้นที่สวนสาธารณะในอนาคตต่อไปอีกด้วย

แฮชแทค: #GarnierGreeniverse #การ์นิเย่สวยใส่ใจโลก #GarnierThailand

แทค : @GarnierThailand

ชื่องาน: Garnier Green Beauty: Hop into the Greeniverse

สถานที่: ลานใบบัว สกายวอล์ค สี่แยกปทุมวัน (ลานทางเชื่อม MBK – สยามดิสคัฟเวอรี)

วันและเวลา: 10 – 16 พฤษภาคม 2567 ระหว่างเวลา 11.00 น. – 22.00 น 

ข้อมูลน่ารู้ของ Garnier Green Beauty สวยใส่ใจโลก

  1. Garnier เป็นแบรนด์ภายใต้ ลอรีอัล กรุ๊ป บริษัทความงามอันดับ 1 ของโลก ที่มีพันธกิจด้านความยั่งยืนปี 2030 ภายใต้โปรแกรม L’Oreal for the Future โดยีเป้าหมายที่ชัดเจนและเข้มข้น ในการยกระดับการทำงานด้านความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่าและเอาใจใส่ ด้วยเป้าหมายการทำงานนี้ ทุกแบรนด์ในเครือลอรีอัล รวมถึงแบรนด์การ์นิเย่ จะสร้างผลกระทบเชิงบวกให้สังคมและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การทำงานต้นน้ำถึงปลายน้ำของการผลิตผลิตภัณฑ
  2. “Green Beauty สวยใส่ใจโลก” คือค่านิยมองค์กรของการ์นิเย่ เพราะเราเชื่อว่าการใช้ชีวิตโดยส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด หรือการใช้ชีวิตแบบกรีนเป็นสิทธิ์ของทุกคน ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง ดังนั้นการ์นิเย่จึงประสงค์ที่จะส่งเสริม และทำให้การใช้ชีวิตแบบกรีนเป็นเรื่องที่เข้าถึงทุกคนได้ จึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ในทุกขั้นตอนการผลิตเพื่อให้ส่งผลกระทบต่อโลกน้อยที่สุด ในราคาที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้
  3. Hop into the Greeniverse” คือคอนเซ็ปต์ของนิทรรศการที่การ์นิเย่อยากให้ทุกคนเข้ามาเรียนรู้โลกของ Green Beauty สวยใส่ใจโลก ไปพร้อมๆ กัน ผ่านรูปแบบการจัดสวนชั่วคราวใจกลางกรุงเทพ พร้อมสัมผัสธรรมชาติผ่านประสบการณ์อินเตอร์แอคทีฟ (Nature with Immersive Expérience) และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างพันธกิจการเป็น Greener หรือ ชาวรักษ์โลกไปด้วยกัน
  4. ภายใต้แคมเปญ “Green Beauty สวยใส่ใจโลก” การ์นิเย่ ได้พัฒนา และทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับโลกของเราดังนี้
    1. ปี 2022 การ์นิเย่ ประเทศไทย จัดกิจกรรมการรีไซเคิลขวดไมเซล่า และขวดน้ำพลาสติก PET  สามารถหมุนเวียนเข้าสู่ระบบได้ถึง 80 ตัน และปี 2023 รีไซเคิลได้มากถึง 250 ตัน เทียบเท่ากับขวดน้ำพลาสติกขนาด 500 มล, กว่า 14.1 ล้านขวด โดยมีการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 212%
    1. 83% ของบรรจุภัณฑ์ของการ์นิเย่ทำจากพลาสติกรีไซเคิล และด้วยการใช้พลาสติกรีไซเคิล สามารถลดการสร้างพลาสติกใหม่ได้กว่า 15,800 ตัน ซึ่งมีปริมาณเทียบเท่ากับขวดน้ำขนาด 500 มล. จำนวน 891 ล้านขวด
    1. ในปี 2023 การ์นิเย่ได้ลดขนาดของบรรจุภัณฑ์แบบซอง และได้ปรับเปลี่ยนส่วนประกอบของวัสดุบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนกว่า ซึ่งช่วยลดการใช้วัตถุดิบลงถึง 101 ตัน หรือเทียบเท่ากับลดการผลิตบรรจุภัณฑ์แบบซองลงไปถึง 10,000 ล้านชิ้น
    1. ในปี 2023 การ์นิเย่ยังได้ลดน้ำหนักของบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากแก้ว ซึ่งได้ช่วยลดการใช้วัตถุดิบลงกว่า 126 ตัน หรือเทียบเท่ากับการลดการผลิตขวดเซรั่มขนาด 30 มล. ไปกว่า 2 ล้านชิ้น
    1. ภายในปี 2025 การ์นิเย่ตั้งเป้าที่จะไม่ใช้พลาสติกเกิดใหม่เลยในกระบวนการผลิต ซึ่งจะสามารถลดการสร้างพลาสติกเกิดใหม่ถึง 40,000 ตันต่อปี หรือเทียบเท่าขวดน้ำขนาด 500 มล. จำนวน 22,560 ล้านขวด
    1. ปัจจุบัน 98.5% ของบรรจุภัณฑ์กระดาษของการ์นิเย่ เป็นกระดาษที่ได้รับการรับรองความยั่งยืนโดยองค์กรป่าไม้ FSC® เป็นการรับรองว่า ต้นไม้ที่นำมาผลิตจะไม่ส่งผลต่อการทำลายป่าไม้
    1. 99% ของส่วนผสมของผลิตภัณฑ์การ์นิเย่เป็นส่วนผสมที่เป็นวีแกน และกว่า 80% ของสูตรผลิตภัณฑ์ของการ์นิเย่ เป็นสูตรวีแกน
    1. การ์นิเย่ได้รับการรองโดย Cruelty Free International มาตั้งแต่ปี 1989 เป็นการรับรองว่า ตลอดกระบวนการผลิตครอบคลุมถึง 500 ผู้ผลิตและผู้ให้บริการ รวมถึงวัตถุดิบกว่า 2,800 ชนิด  ไม่มีการทดลองในสัตว์

Comments

No comments yet. Why don’t you start the discussion?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *