
คลับเมด (Club Med) ผู้นำระดับโลกด้านการพักผ่อนระดับพรีเมียมออลอินคลูซีฟ (Premium All-Inclusive) เผยผลประกอบการปี 2568 เติบโตอย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง ท่ามกลางความท้าทายรอบด้านจากสภาวะเศรษฐกิจและเสถียรภาพโลก ซึ่งสอดคล้องกับผลการดำเนินงานตลอดสองปีที่ผ่านมา โดยคลับเมดยังคงสร้างผลกำไรที่มั่นคงและเติบโตอย่างยืดหยุ่นต่อเนื่อง พร้อมประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในระดับโลก ได้แก่:
- มูลค่าทางธุรกิจ (Business Volume): อยู่ที่ 2,222 ล้านยูโร เติบโตเพิ่มขึ้น +4% เมื่อเทียบกับปี 2567
- อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Margin): เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบแบบปีต่อปี ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่วางไว้
- ราคาห้องพักเฉลี่ยต่อวัน (Average Daily Rate: ADR): อยู่ที่ 241 ยูโร เพิ่มขึ้น +5% เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการวางตำแหน่งทางการตลาดในระดับพรีเมียม
- จำนวนผู้เข้าพัก (Clients): มียอดต้อนรับผู้เข้าพักมากกว่า 1.4 ล้านคนจากทั่วโลก
- อัตราการเข้าพักเฉลี่ย (Average Room Occupancy Rate): อยู่ที่ 75.8% เพิ่มขึ้น +1.8 จุดเปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปี 2567
- ผลการดำเนินงานแยกตามกลุ่มผลิตภัณฑ์: มูลค่าทางธุรกิจของกลุ่มรีสอร์ตบนภูเขา (Mountain Resorts) เติบโต +10%, กลุ่มรีสอร์ตริมทะเล (Sun Resorts) เติบโต +4% และกลุ่มเอ็กซ์คลูซีฟ คอลเลกชัน (Exclusive Collection) ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับหรูหราของแบรนด์ เติบโตเพิ่มขึ้น +5%
ทิศทางการเติบโตที่แข็งแกร่งนี้ เป็นผลมาจากการวางตำแหน่งทางการตลาดในระดับพรีเมียม ความหลากหลายของกลุ่มรีสอร์ต เอกลักษณ์ของแนวคิดการพักผ่อนแบบรวมทุกอย่าง (All-Inclusive) พร้อมด้วยการบูรณาการกลยุทธ์ดิจิทัลและกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR) อย่างมีนวัตกรรม
สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออก เอเชียใต้ และแปซิฟิก (ESAP) คลับเมดประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นในกลุ่มรีสอร์ตระดับพรีเมียมแบบรวมทุกอย่าง โดยมีรายละเอียดความสำเร็จดังนี้:
- ภาพรวมภูมิภาค ESAP: มูลค่าทางธุรกิจในภูมิภาคนี้เติบโตขึ้นถึง 13% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี โดยได้ต้อนรับผู้เข้าพักจากทั่วโลกมากกว่า 300,000 คน สู่รีสอร์ตทั้ง 10 แห่งในภูมิภาค
- ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโต: ความสำเร็จนี้ได้รับแรงหนุนจากยอดเติบโตที่เพิ่มขึ้นกว่า 21% ของกลุ่มรีสอร์ตบนภูเขาในประเทศญี่ปุ่น จีน และเทือกเขาแอลป์ในยุโรป ควบคู่ไปกับการเติบโตอย่างน่าประทับใจถึง 20% ของ “คลับเมด 2” (Club Med 2) ซึ่งเป็นเรือสำราญหรูอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของตลาดที่เด่นชัดต่อการท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์และทริปในฝัน
- ผลการดำเนินงานในประเทศไทย: มูลค่าทางธุรกิจในประเทศไทยเติบโตขึ้น 15% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี สะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของทั้งการท่องเที่ยวในประเทศและการเดินทางไปต่างประเทศ (Outbound)
- การเติบโตในไทยส่วนใหญ่ถูกขับเคลื่อนด้วยยอดที่พุ่งสูงขึ้นถึง 23% ในกลุ่มรีสอร์ตบนภูเขา เนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวไทยยังคงนิยมเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อสัมผัสประสบการณ์สกีระดับโลก นอกจากนี้ ยังพบกระแสความสนใจใหม่ในประเทศจีน โดยเฉพาะภูมิภาค “ลี่เจียง” (Lijiang) ที่กำลังกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบภูเขา รวมถึงแหล่งสกีชื่อดังอย่าง ยา布ลี่ (Yabuli) และเป่ยดาหู (Beidahu)
ในส่วนของตลาดในประเทศ “คลับเมด ภูเก็ต” (Club Med Phuket) ยังคงเป็นกำลังสำคัญที่ขับเคลื่อนความสำเร็จของยอดขายภายในประเทศ ในขณะที่ “มัลดีฟส์” ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางต่างประเทศระดับพรีเมียมที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวไทย
คุณราเชล ฮาร์ดิง (Rachael Harding) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คลับเมด ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตะวันออก (CEO of Club Med ESAP) กล่าวว่า
“จากความสำเร็จและแรงขับเคลื่อนอันยอดเยี่ยมในปีที่ผ่านมา ผลประกอบการในปี 2568ถือเป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงพลังอันแข็งแกร่งและยั่งยืน ของจิตวิญญาณแห่งคลับเมด และในโอกาสครบรอบปีที่ 75 นี้ เราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า นิยามของความหรูหราที่แท้จริง คือการมอบอิสระ ให้ผู้คนได้กลับมาเชื่อมต่อกับธรรมชาติ ครอบครัว และตนเองอีกครั้งในขณะที่เรากำลังก้าวเข้าสู่บทต่อไป คลับเมดยังคงเดินหน้ายกระดับประสบการณ์ ‘l’Esprit Libre’ (จิตวิญญาณแห่งอิสรภาพ) อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการตอบสนองความต้องการของนักเดินทางยุคใหม่ ผ่านการสร้างสรรค์นวัตกรรม การต้อนรับที่ผสานความหลากหลายทางวัฒนธรรม พร้อมทั้งมุ่งมั่นขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนและมีมูลค่าสูง”
คุณบรูโน กูร์เบต์ (Bruno Courbet) ผู้อำนวยการบริหาร คลับเมด ประจำประเทศไทย อินโดนีเซีย อินเดีย และตลาดใหม่ (Country Director of Club Med Thailand, Indonesia, India and New Markets) กล่าวว่า
ผลประกอบการของคลับเมดในประเทศไทยในปี 2568ที่ผ่านมา ได้รับการขับเคลื่อนอย่างมีนัยสำคัญจากกลุ่มลูกค้าสองโปรไฟล์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยประเทศญี่ปุ่นยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับหนึ่ง (Hero Destination) ของเรา ความชื่นชอบในวัฒนธรรมการเล่น สกีที่ญี่ปุ่นของนักเดินทาง ชาวไทยยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งกว่าที่เคย ซึ่งได้รับแรงหนุนจากปัจจัยความลงตัวในเรื่องของระยะทางที่ใกล้และคุณภาพของหิมะที่ดีที่สุดในโลก (Premium Powder) อย่างไรก็ตาม เรายังได้เห็นแนวโน้มใหม่ที่น่าสนใจมากในการเดินทางไปประเทศจีน โดยเฉพาะเมืองลี่เจียง (Lijiang) และทัศนียภาพของภูเขาที่กำลัง ได้รับความนิยม ซึ่งกลายมาเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับกลุ่มผู้นำเทรนด์ (Trendsetters) ที่มองหาประสบการณ์ที่แปลกใหม่ ส่วนในประเทศนั้น คลับเมด ภูเก็ต (Club Med Phuket) ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางหลักในท้องถิ่นสำหรับกลุ่มครอบครัวที่ต้องการการพักผ่อนอย่างเต็มรูปแบบโดยไม่ต้องเดินทางออกนอกประเทศ

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของภาพรวมการท่องเที่ยวโลก 3 เทรนด์สำคัญที่จะกำหนดทิศทางของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตะวันออก (ESAP) ในอีก 12 เดือนข้างหน้า มีดังนี้:
- “Whycation” (การท่องเที่ยวที่ขับเคลื่อนด้วยเป้าหมาย)
ปัจจุบัน ‘เหตุผล’ ในการเดินทาง (The “why”) มีอิทธิพลมากกว่า ‘จุดหมายปลายทาง’ (The “where”) นักท่องเที่ยวหันมาเน้นคุณค่าทางอารมณ์ ผ่านการท่องเที่ยวแบบ “Whycation” ที่ได้ใกล้ชิดธรรมชาติและพัฒนาทักษะใหม่ ๆ แม้จะมีความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ แต่ความต้องการสร้างความผูกพันที่มีความหมายต่อผู้คน สถานที่ และเป้าหมายยังคงเติบโตอย่างมั่นคง คลับเมด รีสอร์ต (Club Med Resorts) พร้อมตอบโจทย์ดังกล่าว ด้วยแนวคิดรวมทุกอย่าง (All-Inclusive) ที่ช่วยขจัดความยุ่งยากในการวางแผน เพื่อให้ผู้เข้าพักมุ่งเน้นกับเป้าหมายของการเดินทางได้อย่างเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นการกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวผ่านประสบการณ์วันหยุดรูปแบบใหม่หรือการค้นพบสิ่งที่หลงใหลผ่านกิจกรรมทั้งภายในและภายนอกรีสอร์ต
- Sports Tourism การท่องเที่ยวเชิงกีฬา
ธุรกิจบริการกำลังก้าวสู่การเป็นพื้นที่หลักด้านกีฬาและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเดินทาง ตั้งแต่การมอบประสบการณ์กีฬาแนวไลฟ์สไตล์ กิจกรรมเฉพาะกลุ่มอย่าง “Run-cations” ไปจนถึงมหกรรมกีฬาระดับโลกอย่างโอลิมปิกและเวิลด์คัพ โดยปี 2569 นี้ ถือเป็นจุดสูงสุดใหม่ของการเดินทางเพื่อกีฬาเฉพาะทาง ซึ่งกลุ่มผู้เล่นหันมามองหา “สนามฝึกซ้อมที่มีประสิทธิภาพสูง” มากกว่าการพักผ่อนทั่วไป โดยเฉพาะกีฬา ‘พาเดล’ (Padel) ที่กำลังสร้างยอดจองแพ็กเกจท่องเที่ยวเพื่อการแข่งขันอย่างก้าวกระโดด ในฐานะ “สโมสรกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโลก” คลับเมด (Club Med) เป็นผู้นำเทรนด์นี้ด้วยการบริการกีฬากว่า 20 ประเภท และเพื่อต่อยอดความนิยมของกีฬาทางเลือกใหม่อย่าง ‘พาเดล’ คลับเมดได้ตอกย้ำความเป็นผู้บุกเบิกด้วยการเปิดตัว ‘Club Med Padel Cup’ ครั้งแรกทั่วภูมิภาค ESAP ในปี 2568 ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามจนกลายเป็นต้นแบบของอุตสาหกรรม จากกระแสตอบรับดังกล่าว นำมาสู่การกลับมาของการแข่งขัน ‘Club Med Padel Cup 2.0’ ที่กำลังจะจัดขึ้นในปี 2569 นี้
- Hushpitality (นิยามใหม่ของความหรูหราที่สงบและไร้กังวล)
นิยามของความหรูหราในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนสู่เทรนด์ “Hushpitality” ที่เน้นความสงบทางใจและลดความเหนื่อยล้าจากการตัดสินใจ นักท่องเที่ยวระดับบนมองหาความหรูหราที่สะดวกสบายอย่างแท้จริง ผ่านประสบการณ์ที่ได้รับการจัดการอย่างพิถีพิถันเพื่อไม่ให้ต้องกังวลเรื่องการวางแผนและขั้นตอนความยุ่งยากในการจัดการเดินทาง แนวคิดรวมทุกอย่าง (All-Inclusive) ของคลับเมด (Club Med) คือคำตอบสำหรับการเดินทางที่ไร้ความยุ่งยากนี้ ด้วยการรวมอาหารเลิศรส บริการดูแลเด็กโดยผู้เชี่ยวชาญ กีฬา และความบันเทิงไว้เบ็ดเสร็จ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของแบรนด์ที่พร้อมจัดการทุกความซับซ้อน เพื่อให้ผู้เข้าพักได้เต็มอิ่มกับความสุขตรงหน้า โดยปราศจากความกังวลกับคำถามที่ว่า ‘สิ่งต่อไปคืออะไร’ในทุกช่วงเวลาของการพักผ่อน
ก้าวสู่อนาคต (Future Horizons)
คลับเมด (Club Med) กำลังเร่งขับเคลื่อนการเติบโตในระดับโลก ผ่านแผนยุทธศาสตร์การเปิดตัวรีสอร์ตแห่งใหม่และการปรับโฉมครั้งใหญ่ โดยโครงการทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ต่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และการตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ ซึ่งจุดหมายปลายทางที่กำลังจะเปิดตัวเหล่านี้ จะช่วยตอกย้ำคำมั่นสัญญาของแบรนด์ในการมอบความสุขและอิสระแห่งการพักผ่อน (l’Esprit Libre) ในทำเลที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ที่สุดทั่วโลก
คลับเมด แอฟริกาใต้ บีช แอนด์ ซาฟารี (เปิดบริการกรกฎาคม 2569): รีสอร์ตแห่งใหม่บนชายฝั่งดอลฟิน (Dolphin Coast) ที่พร้อมมอบ 2 ประสบการณ์คู่ขนานในจุดหมายเดียว โดยเปิดตัวโรงเรียนสอนโต้คลื่น (Surf School) แห่งแรกของแบรนด์ พร้อมซาฟารีลอดจ์ขนาด 80 ห้องพักในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮลูฮลูเว (Hluhluwe Game Reserve) เพื่อให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสความงามของมหาสมุทรอินเดีย และตื่นตาตื่นใจกับสัตว์ป่าผู้ยิ่งใหญ่ทั้งห้าแห่งแอฟริกา (Big Five)
คลับเมด บอร์เนียว มาเลเซีย (เปิดบริการพฤศจิกายน 2569): ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของรีสอร์ตหรูที่ผสานแนวคิดความยั่งยืน โดยที่นี้จะเป็นรีสอร์ตริมหาดขนาดใหญ่แห่งแรกของคลับเมดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ได้รับมาตรฐานอาคารเพื่อความยั่งยืน BREEAM ระดับสากล รีสอร์ตแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติโคตาคินาบาลูเพียง 90 นาที มีห้องพักรวม 400 ห้อง พร้อมโซน Exclusive Collection ระดับพรีเมียม มอบประสบการณ์พักผ่อนท่ามกลางป่าฝนอันอุดมสมบูรณ์และวิวทะเลจีนใต้สีครามอันงดงาม
คลับเมด เกาะสมุย, ประเทศไทย (เปิดให้บริการปี 2571): ร่วมสัมผัสประสบการณ์รีสอร์ทริมชายหาดระดับ Exclusive Collection แห่งแรกของคลับเมดในประเทศไทย รีสอร์ทสไตล์โมเดิร์นสีสันสดใสที่จะเป็นดั่งสวรรค์แห่งการพักผ่อนอันเงียบสงบ โดดเด่นด้วยหน้าหาดส่วนตัวที่ยาวกว่า 200 เมตร ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งกิจกรรมกีฬาทางน้ำและกิจกรรมและมุมพักผ่อนสังสรรค์ ที่นี่พร้อมมอบการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความหรูหราเหนือระดับและการเข้าถึงวิถีชีวิตแบบชาวเกาะ เหมาะสำหรับทั้งครอบครัวและคู่รัก
คลับเมด ทรอมบล็อง, แคนาดา (เปิดให้บริการปี 2571): รีสอร์ทแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่ใจกลางเทือกเขาโลเรนเชียนส์ (Laurentians) พร้อมนำเอาความเชี่ยวชาญอันโดดเด่นด้านรีสอร์ทภูเขาของคลับเมด มาสู่หนึ่งในยอดเขาที่มีชื่อเสียงที่สุดของภูมิภาคอเมริกาเหนือ ซึ่งสามารถท่องเที่ยวได้ ตลอดทั้งสี่ฤดู ในด้านการออกแบบได้รับแรงบันดาลใจมาจากบ้านพักตากอากาศสไตล์อัลไพน์ชาเลต์ร่วมสมัย โดยเป็นการผสมผสานระหว่างเสน่ห์อันมีชีวิตชีวาเข้ากับบรรยากาศที่หรูหราและอบอุ่นน่าพักผ่อน เพื่อมอบประสบการณ์การท่องเที่ยว พักผ่อนระดับพรีเมียมแบบรวมทุกอย่าง ที่สะท้อนเอกลักษณ์อันอบอุ่นและมีชีวิตชีวาของรีสอร์ทสไตล์ภูเขา
คลับเมด ซาน ซิคาริโอ, อิตาลี (เปิดให้บริการปี 2571): รีสอร์ทแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่รายล้อมด้วยธรรมชาติอันเงียบสงบ พร้อมทางเข้าสู่ลานสกีในเขตเวียลัตเตอา (Vialattea) ที่มีเส้นทางสกีระยะทางรวมกว่า 400 กิโลเมตรได้โดยตรง โดยตัวรีสอร์ทพร้อม เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวในสองฤดูกาลหลัก เหมาะสำหรับกลุ่มครอบครัวและนักเดินทางที่มองหาประสบการณ์ การพักผ่อนบนภูเขาในระดับท็อปคลาส รวมถึงตอบโจทย์ผู้ที่รักการผจญภัยท่ามกลางธรรมชาติทั้งในฤดูหนาวและฤดูร้อน
คลับเมด มูซันดัม, โอมาน (เปิดให้บริการปี 2571): รีสอร์ทระดับเอ็กซ์คลูซีฟแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่บนคาบสมุทรตูมูซันดัม ประเทศโอมาน โดยจะเปิดให้บริการห้องพักสุดหรูจำนวน 300 ห้อง ไฮไลท์ของที่นี่คือการนำวัฒนธรรมท้องถิ่นของโอมานมาผสมผสาน เข้ากับสิ่งอำนวยความสะดวกและกิจกรรมระดับโลกได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นกีฬาทางน้ำ โปรแกรมการดูแลสุขภาพ (Wellness) และประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย ท่ามกลางทัศนียภาพอันน่าทึ่งของฟยอร์ดและทิวเขาในภูมิภาคแห่งนี้
คลับเมด มานาโด, อินโดนีเซีย (เตรียมเปิดให้บริการปี 2572): รีสอร์ทแห่งใหม่ในจังหวัดซูลาเวซีเหนือ ซึ่งเปรียบเสมือนประตูสู่จุดหมายปลายทางที่มีความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก พร้อมสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นอันทรงคุณค่า โดยที่นี่พร้อมมอบประสบการณ์การผจญภัยที่เหนือระดับให้แก่ผู้เข้าพัก ทั้งการท่องเที่ยวบนบกและการสำรวจโลกใต้ท้องทะเล
