
บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2569 โดยมี รายได้รวม 41,936 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) สะท้อนความแข็งแกร่งของพอร์ตธุรกิจที่หลากหลาย และความสามารถในการสร้างสมดุลการเติบโตจากหลายกลุ่มธุรกิจ แม้กำลังซื้อในบางกลุ่มสินค้ายังคงฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจาก กลุ่มสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์ ซึ่งมีรายได้จากการขาย 6,527 ล้านบาท เติบโต 14.5% YoY จากการขยายตัวของทั้งธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วและบรรจุภัณฑ์กระป๋อง สะท้อนความต้องการของตลาดที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยแม้อัตรากำไรขั้นต้นจะเท่ากับ 21.6% ลดลง 96 bps YoY จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้หลังการรวมผลประกอบการของธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วในต่างประเทศ แต่การลงทุนดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันระยะยาว ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ การผสานการดำเนินงาน (Operational Integration) และการต่อยอดประสิทธิภาพการผลิตระหว่างโรงงานในแต่ละประเทศ
ขณะที่ กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิค ยังคงสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้จากการขาย 2,247 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.0 % YoY จากการขยายตัวของธุรกิจเวชภัณฑ์และธุรกิจเคมีภัณฑ์ อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเท่ากับ 36.8% หรือเพิ่มขึ้น 178 bps YoY และอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นเท่ากับ 18.3% หรือเพิ่มขึ้น 1,090 bps YoY จากการปรับ Product Mix และการเพิ่มสัดส่วนสินค้ามูลค่าสูง รวมถึงการปรับโครงสร้างพอร์ตธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับ กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค มีรายได้จากการขาย 5,486 ล้านบาท ลดลง 3.2% YoY จากผลกระทบของธุรกิจสินค้าอุปโภคและธุรกิจในต่างประเทศ รวมถึงการปรับโครงสร้างธุรกิจด้าน Logistics เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะยาว อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถรักษาคุณภาพการทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง โดยอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเท่ากับ 20.4% หรือเพิ่มขึ้น 93 bps YoY และอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีเท่ากับ 8.9% เพิ่มขึ้น 14 bps YoY จากการบริหาร Product Mix และการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
ด้าน กลุ่มสินค้าและบริการทางการค้าปลีกสมัยใหม่ มีรายได้ 27,521 ล้านบาท โดยแม้กำลังซื้อในกลุ่มสินค้า Non-Food จะยังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ธุรกิจพื้นที่เช่ามีพัฒนาการที่ดีอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากอัตราการเช่าพื้นที่ของศูนย์การค้า (Town Center Occupancy Rate) ที่เพิ่มขึ้นเป็น 92.3% ในไตรมาสนี้ แสดงถึงความสามารถในการบริหารพื้นที่เช่าและการรักษาระดับ Traffic ภายในศูนย์การค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แม้ว่ารายได้จากการขายและการให้บริการในไตรมาสนี้จะเท่ากับ 38,191 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.8% YoY จากกำลังซื้อที่ชะลอตัวในสินค้าบางกลุ่ม แต่การเติบโตที่โดดเด่นของธุรกิจบรรจุภัณฑ์และเวชภัณฑ์สามารถช่วยชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้บางส่วน สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจที่มีความหลากหลาย (Diversified Business Portfolio) ซึ่งช่วยสนับสนุนความมั่นคงของรายได้และเสริมความสามารถในการรับมือกับความผันผวนของสภาวะเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี
กลุ่มบีเจซีบิ๊กซียังคงเดินหน้าตามวิสัยทัศน์การเป็น “พันธมิตรทางธุรกิจที่น่าเชื่อถือ เพื่อร่วมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้สังคมอย่างยั่งยืน” พร้อมมุ่งยกระดับประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งในระยะยาว และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืนต่อไป
