
เบื้องหลังภาพความสวยงามของเกาะล้านในสายตานักท่องเที่ยว ไม่ได้มีเพียงชายหาด น้ำทะเล และบรรยากาศการพักผ่อน แต่คือระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องทำงานอยู่ตลอดเวลา เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองท่องเที่ยวที่มีผู้เดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
วันนี้ เมืองพัทยากำลังเดินหน้าขับเคลื่อน “เกาะล้านโมเดล” ยกระดับการบริหารจัดการขยะและน้ำเสียให้เป็นระบบมากขึ้น ภายใต้แนวคิดการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อยกระดับเกาะล้านสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวคุณภาพอย่างยั่งยืน
ท่ามกลางจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความท้าทายสำคัญของเกาะล้านไม่ได้อยู่เพียงการดึงดูดผู้มาเยือน แต่คือการบริหารจัดการผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมา โดยเฉพาะปริมาณขยะและน้ำเสีย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเล
เมืองพัทยาจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนา Environmental Infrastructure หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับการเติบโตของพื้นที่ในระยะยาว โดยหนึ่งในโครงการสำคัญคือ “โครงการศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยชุมชนด้วยวิธีเผาทำลายบนพื้นที่เกาะล้านแบบครบวงจร” ซึ่งดำเนินการในรูปแบบ BOT เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้าร่วมลงทุนก่อสร้างและบริหารจัดการระบบเป็นระยะเวลา 25 ปี ก่อนส่งมอบทรัพย์สินคืนให้เมืองพัทยาตามเงื่อนไขสัญญา โดยใช้เตาเผาขยะระบบปิดจำนวน 2 เตา สามารถรองรับการกำจัดขยะได้ประมาณ 50 ตันต่อวัน รองรับทั้งขยะที่เกิดขึ้นใหม่จากกิจกรรมการท่องเที่ยว และการทยอยบริหารจัดการขยะสะสมเดิมในพื้นที่ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการขยะบนเกาะล้านให้เป็นระบบ ลดผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า การพัฒนาเกาะล้านจำเป็นต้องเดินหน้าไปพร้อมกับการดูแลสิ่งแวดล้อม เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวสำคัญและพื้นที่อยู่อาศัยของประชาชน การสร้างระบบจัดการขยะและน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นพื้นฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน นอกจากระบบจัดการขยะแล้ว เมืองพัทยายังเดินหน้าพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียรวมในพื้นที่สำคัญของเกาะล้าน โดยร่วมกับสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 13 (ชลบุรี) ในการเพิ่มประสิทธิภาพการรวบรวมและบำบัดน้ำเสียจากชุมชน สถานประกอบการ ร้านค้า และที่พักต่าง ๆ ก่อนปล่อยกลับคืนสู่สิ่งแวดล้อม ได้แก่ พื้นที่หาดตาแหวน ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดท่องเที่ยวหลักของเกาะล้าน เมืองพัทยาได้ติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูปประสิทธิภาพสูง พร้อมระบบรวบรวมน้ำเสียเข้าสู่สถานีบำบัดส่วนกลาง สามารถรองรับน้ำเสียได้สูงสุด 990 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ขณะที่พื้นที่หาดแสม มีการพัฒนาสถานีบำบัด น้ำเสียรวมด้วยระบบชีวภาพแบบ Trickling Filter รองรับน้ำเสียได้สูงสุด 300 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน พร้อมแนวทางนำน้ำกลับมาใช้ประโยชน์ในกิจกรรมส่วนกลาง เพื่อลดการใช้ทรัพยากรน้ำ เมืองพัทยาให้ความสำคัญกับความสามารถในการดูแลทรัพยากรและคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ควบคู่กันไปด้วย
ในยุคที่เมืองท่องเที่ยวทั่วโลกแข่งขันกันด้วยมาตรฐานด้านความยั่งยืน ความสวยงามของสถานที่อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่สิ่งที่จะสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว คือระบบบริหารจัดการเมือง “เกาะล้านโมเดล” จึงไม่ใช่เพียงโครงการด้านขยะและน้ำเสีย แต่เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของเมืองพัทยาในการยกระดับแหล่งท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างสมดุล พร้อมรองรับอนาคตของการท่องเที่ยวคุณภาพในระดับสากลต่อไป









