โดย : นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา

เมืองพัทยาเป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทยที่มีบทบาทต่อเศรษฐกิจทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ ด้วยศักยภาพด้านการท่องเที่ยว การบริการ การลงทุน และทำเลที่ตั้งในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการแข่งขันของเมืองท่องเที่ยวทั่วโลกและความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี พัทยากำลังเผชิญโจทย์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาเมืองและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน
ภายใต้การบริหารของ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ซึ่งกลับเข้ารับตำแหน่งเป็นสมัยที่ 2 เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ได้เดินหน้าสานต่อวิสัยทัศน์ “Better Pattaya เมืองท่องเที่ยวระดับโลก คุณภาพชีวิตระดับสากล” ผ่าน 3 เป้าหมายหลัก 33 นโยบาย ครอบคลุมการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการบริหารจัดการเมืองด้วยเทคโนโลยี โดยยึดแนวทาง “ทำจริง ทำแล้ว ทำต่อ” เพื่อผลักดันพัทยาสู่เมืองเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน
ยกระดับเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว สร้างโอกาสเติบโตตลอดทั้งปี
หนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญคือการยกระดับพัทยาจากเมืองท่องเที่ยวชายทะเลสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจบริการที่มีความหลากหลาย โดยผลักดันการเป็นเมืองแห่งเทศกาลระดับนานาชาติ (Festival City) เมืองแห่งการประชุมและนิทรรศการ (MICE City) ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงกีฬา และจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพ (Wellness Destination) พร้อมส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อุตสาหกรรมภาพยนตร์ และการรองรับกลุ่มผู้ทำงานทางไกล (Digital Nomad) เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและกระจายรายได้ตลอดทั้งปี
ขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น ผ่านการยกระดับย่านนาเกลือ การส่งเสริมวิถีประมงพื้นบ้าน และการพัฒนาการท่องเที่ยวเกาะล้านควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากอัตลักษณ์ของชุมชน และกระจายประโยชน์ทางเศรษฐกิจไปสู่ผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนในพื้นที่
พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งแวดล้อม รองรับการเติบโตของเมือง
การแก้ไขปัญหาโครงสร้างพื้นฐานถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญ โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วม การจราจร ขยะมูลฝอย และน้ำเสีย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและภาพลักษณ์การท่องเที่ยว นายปรเมศวร์จึงมุ่งพัฒนาระบบระบายน้ำและการป้องกันน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ รวมถึงการปรับปรุงถนน ทางเท้า และระบบคมนาคมให้เชื่อมโยงและรองรับการเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านสิ่งแวดล้อม มีแนวทางพัฒนาระบบจัดการขยะเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า เพิ่มประสิทธิภาพระบบบำบัดน้ำเสีย ส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์และสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Station) ตลอดจนเพิ่มพื้นที่สีเขียวและอนุรักษ์ป่าชายเลนนาเกลือ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำ และสร้างสมดุลระหว่างการขยายตัวทางเศรษฐกิจกับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
ขับเคลื่อน Smart City ยกระดับการบริหารเมืองด้วยเทคโนโลยี
นายปรเมศวร์ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเมือง ภายใต้แนวคิด Smart City และ Pattaya Open Data เพื่อยกระดับความโปร่งใส การเข้าถึงข้อมูลภาครัฐ และการให้บริการประชาชน โดยในปี 2569 เมืองพัทยาได้เปิดเผยร่างแผนปฏิบัติการดิจิทัลระยะ 5 ปี ครอบคลุม 34 โครงการ วงเงินตามกรอบแผนประมาณ 1,186 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ระบบข้อมูล และการให้บริการสาธารณะ
นอกจากนี้ ยังมีแนวทางประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Digital Twin เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลและวางแผนพัฒนาเมือง ทั้งด้านการจราจร สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย ซึ่งหากสามารถนำมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้การบริหารจัดการเมืองตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการของประชาชนได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น
ยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างเมืองที่ประชาชนเข้าถึงโอกาสอย่างทั่วถึง
นอกเหนือจากการพัฒนาเศรษฐกิจ นายปรเมศวร์ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ผ่านการพัฒนาระบบสาธารณสุข การศึกษา และสวัสดิการชุมชน โดยส่งเสริมบริการสุขภาพเชิงรุก การแพทย์ทางไกล (Telemedicine) และการดูแลผู้สูงอายุ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและทักษะด้านเทคโนโลยีสำหรับเยาวชน เพื่อเตรียมความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานในอนาคต
ขณะเดียวกัน ยังมุ่งยกระดับความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะ เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาเมือง โดยมีเป้าหมายให้การเติบโตของพัทยาไม่ได้สะท้อนเพียงจำนวนนักท่องเที่ยวหรือมูลค่าการลงทุน แต่รวมถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนในทุกช่วงวัย

ต่อยอดศักยภาพ EEC สู่เมืองเศรษฐกิจแห่งอนาคต
ด้วยทำเลที่ตั้งในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) พัทยาจึงมีโอกาสเชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับการลงทุน อุตสาหกรรมบริการ การแพทย์ เทคโนโลยี และระบบคมนาคมระดับภูมิภาค โดยเฉพาะการพัฒนาโครงข่ายการเดินทางและโครงสร้างพื้นฐานที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการดึงดูดนักลงทุน นักท่องเที่ยวคุณภาพ และผู้พำนักระยะยาว
โอกาสดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเมืองในระยะยาว โดยเมืองพัทยาได้เริ่มหารือกรอบแผนพัฒนาช่วงปี 2570–2575 เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงของสังคม อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญยังอยู่ที่การบริหารจัดการงบประมาณ การประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และการผลักดันโครงการต่าง ๆ ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยไม่สร้างภาระต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่

จากเมืองท่องเที่ยวสู่เมืองแห่งโอกาสที่เติบโตอย่างยั่งยืน
ทิศทางการบริหารเมืองพัทยาภายใต้การนำของนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ สะท้อนความพยายามยกระดับเมืองจากจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว สู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจที่มีศักยภาพหลากหลาย โดยเชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตเข้าด้วยกัน
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของยุทธศาสตร์ Better Pattaya จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง การแก้ไขปัญหาเมืองที่ประชาชนสัมผัสได้จริง และการกระจายโอกาสจากการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันพัทยาสู่การเป็น “เมืองท่องเที่ยวระดับโลก คุณภาพชีวิตระดับสากล” ได้อย่างยั่งยืน










