ชวนตั้งปณิธานปีใหม่ด้านความยั่งยืน


​สวัสดีปีใหม่ครับผู้อ่านทุกท่าน คงไม่สายเกินไปที่จะสวัสดีปีใหม่ และก็คงไม่สายเกินไปที่จะชวนทุกท่านมาตั้งปณิธานปีใหม่ด้วยกัน โดยเฉพาะเรื่องของความยั่งยืนซึ่งทำได้ทั้งเรื่องส่วนตัว และเรื่องบริษัทด้วย ​ปณิธานปีใหม่ หรือ New Year’s Resolution คือ การตั้งเป้าหมายที่ตั้งใจจะทำเพื่อพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นในปีใหม่ เป็นเหมือนคำสัญญาที่ทำกับตัวเองในช่วงเปลี่ยนปี เพื่อเริ่มต้นทำสิ่งดีๆ ลดละเลิกสิ่งไม่ดี หรืออาจจะเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เช่น การออกกำลังกาย ออมเงิน เรียนภาษาใหม่หรืออ่านหนังสือให้จบเล่ม (จริงๆ ที่นิยมสำหรับหลายๆ คนคือ การลดน้ำหนักจริงไหมครับ) ปณิธานปีใหม่เป็นการใช้โอกาสเริ่มต้นปีใหม่เป็นจุดเริ่มต้นในการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นกว่าเดิม ที่สำคัญสามารถใช้เป็นการกำหนดเป้าหมายตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยไปจนถึงเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาด้านต่างๆ ทั้งสุขภาพ การเงิน การงาน และความรู้ ​เราสามารถกำหนด New Year’s Resolutions ด้านความยั่งยืนได้เช่นกันโดยเริ่มจากส่วนบุคคลก่อนตั้งแต่

  1. ลดการใช้ (Reduce) ทั้งบรรจุภัณฑ์พลาสติก พลังงาน การใช้น้ำ การใช้กระดาษหรือแม้แต่ลดอาหารที่รับประทานเหลือ
  2. ใช้ซ้ำและรีไซเคิล (Reuse & Recycle) ตั้งแต่การใช้ถุงผ้า การเลือกผลิตภัณฑ์ที่เติมได้ (Refill) ไปจนถึงการแปรรูปเศษอาหารเป็นปุ๋ย
  3. เปลี่ยนพฤติกรรมเดินทาง (Transport) ง่ายๆ อย่างเดินมากขึ้นในระยะทางใกล้ๆ ใช้รถยนต์สันดาปให้น้อยลง ใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น
  4. ปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว (Plant the trees) คนละต้นสองต้นก็ทำให้บ้านร่มรื่นขึ้นแล้ว
  5. การบริโภคยั่งยืน (Sustainable Consumption) เลือกกิน เลือกใช้มากขึ้น เลือกแบรนด์ที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม

​สำหรับ New Year’s Resolutions ของบริษัท ผมนำคำแนะนำของ S&P และ IMD เกี่ยวกับ 2026 Sustainability trends มาเล่าให้นำไปปรับใช้กันครับ

​Resolution ที่ 1 เปลี่ยนความยั่งยืนจากคุณธรรม เป็นกลยุทธ์ ต้องเลิกสร้างภาพแต่ต้องเน้นทำจริง IMD แนะนำว่าต้องทำให้ธุรกิจและผลิตภัณฑ์มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยเฉพาะต้องดีต่อสิ่งแวดล้อม องค์กรต้องตั้งเป้าให้ชัดว่าโครงการด้านความยั่งยืนใดช่วยลดต้นทุนหรือสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันได้จริง และต้องเลิกทำสิ่งที่ “ดูดีแต่ไม่สร้างมูลค่า”

Resolution ที่ 2 ทำโครงการ Circularity เพราะคือสิ่งที่ยั่งยืน ไม่ใช่แค่โครงการสีเขียว ทั้ง IMD และ S&P เห็นตรงกันว่า Circularity กำลังเป็นกระแสหลักเพราะโลกกำลังขาดแคลนทรัพยากร และมีปัญหาเรื่องขยะ การออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ใช้ซ้ำได้ รีไซเคิลได้หรือรับคืนสินค้า จึงไม่ใช่แค่กระแส แต่เป็นการควบคุมต้นทุน และลดความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์

Resolution ที่ 3 ทำงานโดยคำนึงถึงการปรับตัวด้านภูมิอากาศ (climate adaptation) และการปรับตัวยืดหยุ่น (resilience) ต้องยอมรับว่าภูมิอากาศคือต้นทุนจริง ปี 2026 จะเป็นปีที่สภาพภูมิอากาศไม่ใช่แค่ความเสี่ยงทางทฤษฎีอีกต่อไป แต่เจอกันจริงจังทั่วโลกทั้งน้ำท่วม ความแห้งแล้ง พายุ ไปจนถึงการส่งผลต่อความผันผวนของราคาอาหารล้วนส่งผลโดยตรงต่อธุรกิจ

Resolution ที่ 4 ทำรายงานให้น้อย แต่ให้มีประโยชน์จริงๆ (อุปส์…) บริษัททั้งหลายควรเลิกทำรายงานหลายร้อยหน้าเพื่อได้รางวัล แต่ควรกำหนดกลยุทธ์ที่สั้นๆ คมๆ และตรงประเด็น เน้นสร้างผลกระทบในระยะยาว

Resolution ที่ 5 เลือกทำสิ่งที่ทำให้ธุรกิจแข็งแรงขึ้น พร้อมรับโลกที่ผันผวน มองความอยู่รอดขององค์กรในระยะยาว ไม่ใช่แค่เรื่องการเป็นคนดี
​ลองตั้งใจทำอะไรใหม่ๆ ดีๆ ต้อนรับปีใหม่กันดู ขอให้สุขภาพแข็งแรง มีพลังทำสิ่งดีๆ เพื่อโลกที่มีแต่ความสุขของพวกเราทุกคนนะครับ

บทความโดย:
นายวีรพล สวรรค์พิทักษ์ CMO บริษัท ลาเนเจอร์ จำกัด และ Digital Marketing Manager บริษัท อีมิแน้นท์แอร์ (ประเทศไทย) จำกัด


Comments

No comments yet. Why don’t you start the discussion?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *