
วาเลนไทน์ที่ผ่านมามีใครได้รับดอกไม้บ้างครับ คาดว่ามีไม่ใช่น้อยทั้งช่อเล็ก ช่อใหญ่ รวมถึงช่ออลังการงานสร้าง หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า เบื้องหลังความสวยงามของดอกไม้หนึ่งช่อ อาจมีเรื่องราวของพลังงาน การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และการขนส่งข้ามทวีปซ่อนอยู่
กว่า 23 ปีที่พี่บิ๊ก-ปณิธาน ทองสถิตย์ นำความฝัน และความหลงใหลในศิลปะการจัดดอกไม้จากนครนิวยอร์กที่ตัวเองไปฝึกฝีมือ กลับมาสร้างร้านดอกไม้ที่ไม่ใช่แค่สร้างสรรค์สิ่งสวยงาม แต่รักษ์โลกมากๆ ด้วย นั่นคือที่มาของ “เรือนบุษบา”ครับ พี่บิ๊กไม่ใช่แค่นักจัดดอกไม้ แต่เป็นฟลาวเวอร์ดีไซน์เนอร์ตัวจริงที่เป็นที่ยอมรับของคนในวงการ ผมมีโอกาสได้ไปฟังความใส่ใจมากๆ ของพี่บิ๊กในการดูแลโลกควบคู่ไปกับการจัดดอกไม้สวยๆ นำมาเล่าให้ฟังครับ

เราคงเคยได้ยินว่าวันวาไลนไทน์ต้องดอกกุหลาบก้านยาวจากเอกวาดอร์ ดอกทิวลิปจากฮอลแลนด์ ดอกไม้จำนวนไม่น้อยในตลาดโลกต้องเดินทางด้วยเครื่องบินจากอีกซีกโลกด้วยการขนส่งทางอากาศที่ปล่อยคาร์บอนฯ สูงมาก จึงเป็นเหตุผลที่ดอกไม้สวยหนึ่งช่ออาจมีคาร์บอนฟุตพรินต์สูงกว่าที่คิด ดอกไม้จากประเทศเมืองหนาวต้องเติบโตในโรงเรือนที่ใช้พลังงานควบคุมอุณหภูมิ ควบคุมความชื้น และไฟส่องสว่าง ต้องผ่านกระบวนการที่ทิ้งร่องรอยคาร์บอนไว้บนโลกโดยที่ผู้รับไม่เคยเห็น ความงามที่อยู่ในมือเรา จึงอาจแลกมาด้วยอุณหภูมิของโลกที่สูงขึ้นอย่างเงียบๆ
เมื่อความยั่งยืนกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของธุรกิจ ร้านดอกไม้อย่างเรือนบุษบาก็เลือกเดินบนเส้นทางนี้อย่างจริงจังจนน่าประทับใจ ที่นี่ไม่ได้จัดดอกไม้แค่ส่งต่อความรู้สึกระหว่างผู้คน แต่กำลังจัดวางอนาคตของโลกไว้ในทุกองค์ประกอบของการทำงาน พี่บิ๊กเล่าให้ฟังว่า ทำร้านดอกไม้มา23ปี ก้านกุหลาบสั้นลงเรื่อยๆ ตัวดอกก็เล็กลงเรื่อยๆ ทั้งนี้เกิดจากโลกร้อนอย่างแท้จริง การทำร้านดอกไม้แบบยั่งยืนจึงต้องใส่ใจทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่การคัดสรรแหล่งดอกไม้ที่รับผิดชอบต่อธรรมชาติ การหาซัพพลายเออร์ภายในประเทศ เพื่อลดคาร์บอนฯที่เกิดจากการขนส่ง การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Signature แจกันกระดาษของที่นี่สวยมากๆครับ) การลดการใช้พลาสติก การนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ กระดาษที่นำมาจัดยังต้องเลือกว่าแบบใดนำกลับมาใช้ได้ และแบบใดนำไปทำเชื้อเพลิง (RDF : Refuse Derived Fuel เชื้อเพลิงขยะมูลฝอย)
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่คิดๆ ทำๆ ไป แต่ต้องอาศัยการวางแผนอย่างเป็นระบบ เรือนบุษบาลงลึกตั้งแต่การวางพันธกิจ มีการวางเป้าหมายด้านความยั่งยืนถึง 12 ข้อ ไปจนถึงการเข้าสู่มาตรฐานของ EcoVadis (อีโควาดิส คือ แพลตฟอร์มมาตรฐานสากลที่ได้รับความเชื่อถือระดับโลก ในการประเมินและจัดอันดับด้านความยั่งยืนสำหรับองค์กรธุรกิจ) เรือนบุษบาได้รับ Commitment Badge ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างจริงจังในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยมีแนวทางสำคัญที่ให้ความใส่ใจประกอบด้วย การจัดการขยะอย่างเป็นระบบ การสร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมให้กับพนักงาน (รวมไปถึงลูกค้า) มาตรการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย รวมถึงการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของจริยธรรมและความโปร่งใส

สำหรับการทำธุรกิจร้านดอกไม้ การโยงแนวคิดการทำงานเข้ากับมาตรฐานระดับโลกเช่นนี้ ผมว่าสุดยอดมาก แค่เดินไปดูถังแยกขยะของร้านก็ต้องตกใจแล้วว่ามีมากกว่า 12 ประเภท และไม่ได้แยกธรรมดา ก้านดอกไม้ต่างๆ ที่ถูกตัดในแต่ละวัน จะถูกนำมาทำปุ๋ยที่หลังร้านทันที นี่คือสิ่งที่ทำให้เรือนบุษบาแตกต่าง เพราะสะท้อนให้เห็นว่า “ความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องขององค์กรขนาดใหญ่เท่านั้น” แต่เป็นเรื่องของทุกคน ทุกธุรกิจ ทุกการทำงานในชีวิตประจำวัน
ดอกไม้หนึ่งช่ออาจมีอายุเพียงไม่กี่วัน แต่ผลกระทบจากการสร้างสรรค์สามารถอยู่กับโลกไปอีกนาน ปรบมือดังๆ ให้เรือนบุษบาแล้วไปสั่งดอกไม้กันเถอะ
บทความโดย นายวีรพล สวรรค์พิทักษ์
Chief Marketing Officer (CMO): ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ บริษัท อีมิแน้นท์แอร์ (ประเทศไทย) จำกัด



