Owala กระติกน้ำแห่งความไม่ธรรมดา


ขวดน้ำพลาสติกหนึ่งใบอาจใช้เวลาประมาณ 450 ปีถึงจะเสื่อมสลาย แต่คำว่าเสื่อมสลายที่เราเข้าใจมันไม่ได้มลายหายไปเหมือนเศษใบไม้ แต่มันแตกตัวจากขวดใบใหญ่กลายเป็นเศษพลาสติกที่เล็กลงเรื่อยๆ ที่เราเรียกว่าไมโครพลาสติก จนถึงนาโนพลาสติก ซึ่งยังคงสามารถอยู่ในแหล่งน้ำ สัตว์ทะเล หรือแม้แต่ร่างกายมนุษย์ได้

การตื่นตัวในเรื่องของการใช้กระติกน้ำเพื่อทดแทนการใช้ขวดพลาสติกมีกันมานานแล้วโดยเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกา เราจะเห็นเครื่องเติมน้ำ (water refill/hydration station) ได้มากมายตามสถานที่ต่างๆ เช่นโรงแรม สนามบิน มหาวิทยาลัย หรือสถานที่ท่องเที่ยว ตัวอย่างเช่น University of California, San Francisco ซึ่งปรับปรุงจุดเติมน้ำมากกว่า 50 จุด เพื่อให้คนสามารถนำขวดมาเติมได้สะดวกขึ้น ผลคือมหาวิทยาลัยสามารถลดการจัดซื้อน้ำดื่มแบบขวดใช้ครั้งเดียวลงได้ประมาณ 50% และประหยัดค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 27,500 ดอลลาร์ต่อปี อีกตัวอย่างคือ University of California, Santa Barbara ที่ส่งเสริมการใช้ hydration station และแจก reusable bottles ให้กับนักศึกษาใหม่ ผลที่เกิดขึ้นคือสามารถหลีกเลี่ยงการใช้ขวดน้ำพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวได้มากกว่า 60,000 ขวด 

ขณะเดียวกันก็จะเห็นร้านค้าในอเมริกาแทบทุกแห่งมีกระบอกน้ำวางขายตั้งแต่ราคา 10 ดอลลาร์ถึงหลายร้อยก็มี แต่แบรนด์หนึ่งที่ต้องกล่าวถึงเพราะเห็นมาตั้งแต่ที่ประเทศไทยจนมาเห็นที่นี่แบบหลากหลายสีสัน นั่นคือ Owala กระติกน้ำที่ไม่ธรรมดา

Owala เปลี่ยนขวดน้ำเป็นกระติกน้ำที่คนอยากมี แบรนด์นี้ก่อตั้งเมื่อปี 2020 ใช้เวลาแค่ไม่นานก็กลายเป็นกระติกน้ำที่คนรุ่นใหม่พูดถึงมากที่สุดในสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ข้อมูลจาก Particl ซึ่งรายงานยอดขายออนไลน์ ระบุว่าในช่วง ม.ค.–ส.ค. 2024 Owala มียอดขายต่อเดือน เพิ่มกว่า 400% และรายได้เพิ่มกว่า 200% และในช่วงปลายปี 2025–ต้นปี 2026 ยอดขาย Amazon ของ Owala ยังเติบโตแรงมาก Food & Wine รายงานในเดือน ก.ย. 2025 ว่า Owala FreeSip มียอดขายบน Amazon มากกว่า 40,000 ใบในเดือนเดียว

พวกเขาเปลี่ยนขวดน้ำให้กลายเป็น “วิธีดื่มน้ำ สีสัน และความเป็นกระติกของฉัน” จุดเด่นของ Owala เริ่มตั้งแต่วิธีการดื่มด้วย FreeSip ที่เป็นทั้งปากขวดและเป็นหลอดในตัวทำให้เราดื่มได้ทั้งสองวิธีจากฝาเดียว คือยกขวดแล้วเทดื่มหรือดูดผ่านหลอดที่อยู่ด้านใน เหมือนจะเป็นสิ่งง่ายแต่สามารถแก้pain point ของการดื่มน้ำได้เป็นอย่างดี ลองคิดดูครับว่าบางครั้งเราอยากจะแค่จิบน้ำแต่บางครั้งเราอยากจะซดทีเดียวเยอะๆ FreeSip ได้รับการยอมรับจาก TIME ให้เป็น 200 Best Inventions of 2023 ด้วย

จุดเด่นที่เห็นได้ชัดของ Owala คือ สีสัน เท่าที่ผมเห็นน่าจะเกิน 100 สีแล้วมีการจับคู่สีหลายแบบ มี Limited Edition ออกมาเรื่อยๆ (วันที่เขียนบทความนี้ออกรุ่นPokemonและขายหมดในพริบตา) และผลิตแบบหมดแล้วหมดเลย Los Angeles Times รายงานว่ากลยุทธ์ที่พวกเขาใช้เหมือนกับรองเท้าผ้าใบรุ่นหายากที่ออกมาแล้วต้องรีบตามหา และแน่นอนหลายคนไม่ได้มีแค่สีเดียว นิตยสาร Fortune รายงานปรากฏการณ์นี้ว่า Owala เป็น emotional support และเป็นของที่แสดงตัวตนโดยเฉพาะในกลุ่มGen Z

สิ่งที่ทำให้กระติกน้ำ Owala ไม่ธรรมดาสรุปได้ดังนี้ 1. Product Innovation FreeSip ดื่มได้ 2 วิธี 2. Design รูปร่างและฝาที่จำได้ทันทีที่เห็น 3. Color สีที่ไม่ใช่แค่ตัวเลือก แต่เป็นเหตุผลในการซื้อ 4. Scarcity Limited color / Drop สร้างความอยากได้ 5. Social media ทำให้ผู้บริโภคเป็นคนช่วยเล่าเรื่องแบรนด์ 6. Identity ขวดไม่ได้บอกแค่ว่าเราดื่มน้ำ แต่มันบอกว่าเราเป็นคนแบบไหน

นี่คือเหตุผลที่ Owala สามารถเข้าไปยืนอยู่ในพื้นที่เดียวกับแบรนด์อย่าง Stanley, Yeti และ Hydro Flask ซึ่งเดิมเป็นตลาดของ functional drinkware คือการเก็บความเย็น  แต่สุดยอดของการตลาดแบบหนึ่งคือการเปลี่ยนของที่คนใช้ ให้กลายเป็นของที่คนอยากมี เมื่อสินค้าเป็น Commodity สิ่งที่ทำให้คนยอมจ่ายเพิ่ม อาจไม่ใช่ Function ที่เพิ่มขึ้น แต่คือความรู้สึกว่า สินค้านี้เป็นตัวฉัน และฉันอยากมี และบางทีการรณรงค์ให้คนรักสิ่งแวดล้อมก็จำเป็นต้องลึกซึ้งในเรื่องของพฤติกรรมผู้บริโภค เพราะคนไม่ได้หลีกเลี่ยงการดูแลสิ่งแวดล้อม แต่คนยังต้องการความสะดวก ดังนั้นหากมีกระติกน้ำดีๆ สวยๆ สักใบอาจทำให้เรา ไม่อยากใช้ขวดน้ำพลาสติกก็ได้ เอาล่ะ รับ Owala สักใบไหมครับ เอาสีอะไรดี

บทความโดย นายวีรพล สวรรค์พิทักษ์
Chief Marketing Officer (CMO): ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ บริษัท อีมิแน้นท์แอร์ (ประเทศไทย) จำกัด


Comments

No comments yet. Why don’t you start the discussion?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Are you human? Please solve:Captcha