จะดีไหมถ้าเรารักษ์โลกได้ทุกวัน


ลืมตาตื่นเช้ามาเราทำอะไรบ้าง ผมคิดว่าเรารักษ์โลกได้ตั้งแต่ตอนตื่นนอนเลยนะครับ เรียกว่าเริ่มวันใหม่ด้วย Green Life กันเลยทีเดียว อาบน้ำล้างหน้าแปรงฟัน และแต่งตัวออกไปทำงาน ใช่ครับ การเลือกเครื่องแต่งกายก็เป็นการช่วยโลกร้อนได้ เริ่มน่าสนใจแล้วใช่ไหมล่ะ

ว่ากันว่าคนไทยใส่ยูนิฟอร์มมากกว่าหลายๆ ประเทศทั่วโลก ลองคิดถึงชุดนักเรียน ชุดนักศึกษาที่เถียงกันมาหลายสิบปีว่าต่างประเทศเค้าไม่ต้องใส่กันแล้ว แต่คนไทยบางกลุ่มบอกว่าเพื่อความเป็นระเบียบและความปลอดภัย ไปจนถึงชุดยูนิฟอร์มในที่ทำงานที่หลายๆ แห่งเริ่มปรับตัวให้พนักงานสามารถแต่งกายแบบสุภาพได้ตามความเหมาะสมหรือใส่เสื้อโปโลของบริษัท นี่แหละครับโอกาสทางการตลาดและโอกาสของการช่วยโลก ถ้าลองคิดว่าคนทำงานในไทยประมาณ 40 ล้านคน มีกลุ่มที่มีการใส่ยูนิฟอร์มประจำประมาณ 35-50% เปลี่ยนยูนิฟอร์มเฉลี่ย 2-4 ชุดต่อปี ต้นทุนชุดละ 500-1,500 บาท จะได้มูลค่าตลาดอยู่ในช่วงประมาณ 15,000 – 30,000 ล้านบาทต่อปี และถ้ารวม ชุดช่าง ชุดโรงงาน ชุดโรงแรม ชุดพยาบาล ชุดพนักงานรักษาความปลอดภัย อาจทำให้ตลาดแตะ 30,000-40,000 ล้านบาทต่อปี

หากคิดอีกมุมหนึ่ง อุตสาหกรรมสิ่งทอ เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม เครื่องแต่งกาย เป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่ทำให้เกิดโลกร้อนได้มาก องค์การสหประชาชาติและหลายสถาบันประเมินว่า อุตสาหกรรมแฟชั่นและเครื่องนุ่งห่มสร้างการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 2-8% ของการปล่อยทั่วโลก (การบินทั่วโลกประมาณ 2-3% การเดินเรือทั่วโลกประมาณ 3%) ดังนั้นแม้ไม่ใช่อุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุด แต่ก็เป็นผู้ปล่อยรายใหญ่ของโลก ซึ่งเกิดจากการผลิตเส้นใยและผ้า การย้อมและตกแต่งผ้า การขนส่ง รวมถึงการกำจัดซาก และ Fast Fashion (อุตสาหกรรมเสื้อผ้าแฟชั่นที่เน้นการผลิตและจำหน่ายอย่างรวดเร็ว ดีไซน์ตามเทรนด์ล่าสุด จุดเด่นคือราคาจับต้องได้ และกระตุ้นให้ผู้บริโภคเปลี่ยนเสื้อผ้าบ่อยๆ : สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ) ดังนั้นหากมีการใช้ชุดยูนิฟอร์มกันมากๆ แบบประเทศไทย ยิ่งส่งผลต่อการปล่อยคาร์บอนฯที่ทำให้โลกร้อนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ยูนิฟอร์มลดโลกร้อนจึงกลายเป็นทางเลือกที่ดีกว่า และตอนนี้มีบริษัทที่ทำเรื่องนี้อย่างจริงจังถึงขนาดออกใบรับรองให้กับบริษัทที่ใช้บริการผลิตเสื้อยูนิฟอร์มได้ด้วย “แกรนดี้อินเตอร์เทรด” เป็นผู้ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปในประเทศไทยมา 40 ปี ตั้งแต่เสื้อโปโล เสื้อเชิ้ต เสื้อวิ่ง เสื้อคอกลม เสื้อแจ็กเก็ต หรือแม้แต่หมวก และผ้ากันเปื้อน เค้าทำให้ลดคาร์บอนได้ทั้งนั้นเลย เค้ามีกระดุมที่ผลิตจากกากกาแฟ จากเปลือกข้าว เสื้อที่ผลิตจากขวดพลาสติก เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การรักษ์โลก รักษ์ธรรมชาติ ที่ช่วยในเรื่องของการลดปริมาณขยะพลาสติก โดยใช้การนำขวดพลาสติกมาบดและหลอมเพื่อแปรสภาพกลับมาเป็นเส้นใยและนำกลับมาทำเป็นเสื้อ กระเป๋าผ้า หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ แล้วมันดีอย่างไร ดีสิครับ เพราะเสื้อผ้าที่เราใส่ทุกวัน หรือเพื่อนร่วมงานเราใส่ทุกวัน ก็จะมีส่วนช่วยในการลดโลกร้อนโดยอัตโนมัติ เพราะเสื้อ 1 ตัวปกติมี Carbon Footprint อยู่ที่ประมาณนี้ คือ เสื้อยืดฝ้าย 2-7 kgCO₂e เสื้อโปโล 5-10 kgCO₂e แจ็กเก็ตหรือชุดทำงาน 10-30 kgCO₂e ผมลองคำนวณแบบเร็วๆ สมมติว่าบริษัทมีพนักงาน 1,000 คน หากใช้ยูนิฟอร์มคนละ 3 ตัวต่อปี(เสื้อโปโล) อาจมี Carbon Footprint มากกว่า 15-30 ตัน CO₂e ต่อปี แต่เสื้อยืดของแกรนดี้อินเตอร์เทรด  (ภายใต้แบรนด์ Eco Supreme) ปล่อยคาร์บอนฯ 1.33 kgCO₂e เสื้อโปโลปล่อยเพียง 2.94 kgCO₂e ซึ่งน้อยกว่าปกติมาก

ลูกค้าของแกรนดี้อินเตอร์เทรดมีตั้งแต่บริษัทมหาชนขนาดใหญ่ (เพราะมีผลต่อการทำรายงาน ESG) โรงแรมที่ต้องยื่นรับรอง Green Hotel บริษัทที่มีบริษัทแม่อยู่ในยุโรป (เพราะเค้าอาจจะบังคับมา) รวมถึงบริษัทที่มีการวางนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมหรือ Net Zero อย่างจริงจัง สรุปข้อดีของการใช้ยูนิฟอร์มรักษ์โลกรวมๆได้ดังนี้ คือ ลด Carbon Footprint ขององค์กร สนับสนุนรายงาน ESGโดยเฉพาะในscope3 ใช้ประกอบการขอ Green Hotel สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero สร้างภาพลักษณ์องค์กรสีเขียว และที่สำคัญมันอาจจะช่วยลดโลกร้อนได้จริงจังด้วยนะ

บางที Green Life อาจไม่ได้เริ่มจากรถยนต์ไฟฟ้า โซลาร์เซลล์หรือการรีไซเคิลขยะเสมอไป   แต่บางครั้งมันอาจเริ่มจากเสื้อที่เราใส่ไปทำงานในทุกเช้าก็ได้ คงจะดีถ้าเรารักษ์โลกได้ทุกวันครับ

บทความโดย นายวีรพล สวรรค์พิทักษ์
Chief Marketing Officer (CMO): ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ บริษัท อีมิแน้นท์แอร์ (ประเทศไทย) จำกัด


Comments

No comments yet. Why don’t you start the discussion?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Are you human? Please solve:Captcha